พิธีอุ้มพระดำน้ำ พิธีศักดิ์สิทธิ์-เพชรบูรณ์ ประเพณี’อุ้มพระดำน้ำ’

พิธีศักดิ์สิทธิ์-เพชรบูรณ์ ประเพณี’อุ้มพระดำน้ำ’
อารีย์ สีแก้ว

ประเพณี “อุ้มพระดำน้ำ” จ.เพชรบูรณ์ เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่ไม่มีที่แห่งใดเหมือน จนพูดได้ว่าเป็นประเพณีที่มีหนึ่งเดียวในโลก แฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวตำนานความเชื่อศรัทธาต่อองค์พระคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์

ตำนานเล่าขานว่า เดิมมีชาวประมงกลุ่มหนึ่งมีอาชีพจับปลาในแม่น้ำป่าสัก อยู่มาวันหนึ่งชาวประมงกลุ่มนี้ได้ออกหาปลาตามปกติเช่นทุกวัน แต่เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นตั้งแต่เช้ายันบ่าย ไม่มีใครสามารถจับปลาได้แม้แต่ตัวเดียว สร้างความงุนงงให้กับชาวประมงกลุ่มนี้มาก

แต่ทันใดนั้นก็ได้เกิดเหตุมหัศจรรย์ขึ้น เนื่องจากกระแสน้ำในบริเวณ “วังมะขามแฟบ” (หมายถึงต้นหนามระกำ) ที่กำลังไหลเชี่ยวกราก เริ่มหยุดนิ่งอยู่กับที่ จากนั้นมีพรายน้ำผุดขึ้นมาทีละน้อย จนแลดูคล้ายน้ำเดือด กระทั่งกลายเป็นวังน้ำวนขนาดใหญ่ ดูดพระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำ มีลักษณะอาการคล้ายดำผุดดำว่ายอยู่ตลอดเวลา ทำให้ชาวประมงกลุ่มนี้ต้องลงไปอัญเชิญพระพุทธรูปดังกล่าวขึ้นมาประดิษฐานไว้บนบก เพื่อกราบไหว้สักการบูชา

ในปีถัดมาซึ่งเป็นวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ ตรงกับวันประเพณีสารทไทย พระพุทธรูปดังกล่าวหายไป จนชาวบ้านต้องช่วยกันตามหา ในที่สุดไปพบพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวกลางแม่น้ำป่าสักบริเวณวังมะขามแฟบ สถานที่ชาวประมงพบพระพุทธรูปองค์นี้ในครั้งแรก กำลังอยู่ในอาการดำผุดดำว่ายอยู่ จึงได้ร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษ ฐานที่วัดไตรภูมิเป็นครั้งที่สอง พร้อมร่วมกันถวายนามว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา”

ต่อมา เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ในยุคนั้น จะต้องอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ไปประกอบพิธี “อุ้มพระดำน้ำ” ที่บริเวณวังมะขามแฟบ หน้าวัดโบสถ์ชนะมารเป็นประจำทุกปี

“เพราะต่างมีความเชื่อว่า หลังประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ จะทำให้ไพร่ฟ้าประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ผลดี แต่หากปีใดมีการละเลย นอกจากจะทำให้เกิดความแห้งแล้งแล้ว ยังมีโรคระบาดเกิดขึ้นอีกด้วย”

สำหรับ “พระพุทธมหาธรรมราชา” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะสมัยลพบุรีหล่อด้วยเนื้อทองสัมฤทธิ์หน้าตักกว้าง 13 นิ้ว สูง 18 นิ้ว ไม่มีฐาน มีพุทธลักษณะ พระพักตร์กว้าง พระโอษฐ์แบะ พระกรรณยาวย้อย จนจรดพระอังสาที่พระเศียรทรงชฎาเทริดหรือมีกระบังหน้า ทรงสร้อยพระศอพาหุรัด และประคดเป็นลวดลายงดงามอีกทั้งแลดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง

ส่วนประวัติการสร้างนั้นไม่ปรากฏเด่นชัด แต่ชาวเพชรบูรณ์มีความเชื่อว่า พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด (อ.หล่มสัก) ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์แห่งนครธม ให้นำไปประดิษฐานเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง

ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบพิธีบวงสรวงต่อเทพยดาอารักษ์ที่ปกปักรักษาพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง จากนั้นในช่วงบ่าย จะมีการอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ประดิษฐานบนรถบุษบกที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม แห่แหนไปตามถนนภายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมกับมีขบวนแห่ตามโบราณประเพณี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมข้าราชการและคหบดีอีกจำนวน 4 คน ที่จะร่วมประกอบพิธีกรรมอุ้มพระดำน้ำ จะแต่งกายในชุดเจ้าเมืองโบราณและเสนาอำมาตย์นำขบวนอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา

ในปี 2556 กำหนดจัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ระหว่างวันที่ 2-6 ต.ค.2556 วันแรกในช่วงเย็นจะมีขบวนแห่ทางบก อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาจากวัดไตรภูมิไปประดิษ ฐาน ณ สวนสาธารณะเพชะบุระ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะอย่างใกล้ชิด โดยในขบวนแห่จะมีการแสดงอย่างสวยงามไปตลอดเส้นทาง

ส่วนพิธีอุ้มพระดำน้ำ เป็นวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตรงกับวันศุกร์ที่ 4 ต.ค. ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.09 น. พิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาจากวัดไตรภูมิโดยขบวนแห่ทางน้ำ ทวนกระแสน้ำแม่น้ำป่าสักไปยังท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร เพื่อประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ โดยในแต่ละปีจะมีประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และนักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่นเป็นประจำทุกปี

จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมและชมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ตามวัน-เวลาดังกล่าว สอบถามรายละเอียดที่สำนักงานเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ โทร. 0-5671-1007 ต่อ 112

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.

Comments are closed.

. . . . . . . .