พระพิฆเนศในคัมภีร์อินเดียโบราณ

tumblr_mdic4qWGek1qhetxwo1_500
พระพิฆเนศในคัมภีร์โบราณ

คอลัมน์พันธุ์แท้พระเครื่อง / ราม วัชรประดิษฐ์ / นสพ.ข่าวสด

เรื่องราวขององค์พระพิฆเนศ จะปรากฏในวรรณกรรมโบราณของอินเดียที่กล่าวถึงเรื่องราว 5 ประการ อันได้แก่ การสร้างโลก, การทำลายล้างโลกและการสร้างโลกใหม่, กำเนิดของเทพเจ้าและมหาฤๅษีต่างๆ, การเริ่มต้นของพระมนูและยุคแห่งพระมนู และเรื่องราวประวัติของสุริยวงศ์กับจันทรวงศ์ เรารู้จักในชื่อ ‘คัมภีร์ปุราณะ’ แปลว่า เรื่องราวเก่าแก่ จัดเป็นงานวรรณกรรมอินเดียโบราณที่มีอายุตั้งแต่ปลายยุคพระเวท และยุคมหากาพย์เรื่อยมา

คัมภีร์ปุราณะ จะรจนาเรื่องราวของทวยเทพในคติความเชื่อของฮินดู โดยมีศูนย์กลางของเรื่องราวอยู่ที่ “ตรีมูรติ” แบ่งออกเป็น ‘มหาปุราณะ’ 18 เล่ม และแบ่งย่อยออกเป็น ‘อุปปุราณะ’ อีก 18 เล่ม เช่น วิษณุปุราณะ กล่าวถึงเรื่องราวของพระวิษณุ, อัคนิปุราณะ กล่าวถึงเรื่องราวของพระอัคนี, สกันทปุราณะ กล่าวถึงเรื่องราวของพระสกันทะ, ครุฑปุราณะ กล่าวถึงเรื่องราวของพญาครุฑ และคเณศปุราณะ กล่าวถึงเรื่องราวขององค์พระพิฆเนศ เป็นต้น

ในระยะแรกการสืบทอดเรื่องราวใน “ปุราณะ” จะใช้วิธีมุขปาฐะหรือการเล่าสืบทอดต่อกันมา และมาจดจารภายหลัง (ลักษณะคล้ายคลึงกับเรื่องพระพิฆเนศจดจารมหาภารตยุทธจากปากของฤๅษีวยาสะ) ปรากฏหลักฐานค่อนข้างแน่ชัดว่ามีการประพันธ์หรือรวบรวมเรื่องราวปุราณะเป็นหมวดหมู่ขึ้นภายหลัง จากที่ศาสนาพุทธและศาสนาเชน มีอิทธิพลในอินเดียแทนที่พราหมณ์ ภายหลังรัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งจักรวรรดิโมริยะ (Mauraya Empire – โมริยะ หมายถึง มยุราหรือนกยูง เนื่องจาก ต้นวงศ์เป็นนางกำนัลทำหน้าที่เลี้ยงนกยูงใน ราชสำนัก) พวกพราหมณ์ เกิดแนวคิดที่ต้องการจะปรับปรุงลัทธิความเชื่อให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและจัดเรื่องราวออกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน จึงรจนาปุราณะที่มีมาแต่โบราณ จัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ มีลักษณะคล้ายสารานุกรม (Encyclopedias) โดยการรวบรวมความรู้นานัปการของฮินดู ทั้งด้านศาสนา ความเชื่อ ปรัชญา ประวัติศาสตร์ และเรื่องราวความเป็นมาของนครรัฐโบราณต่างๆ

ปรากฏเรื่องราวของ ‘พระพิฆเนศ’ แทรกอยู่ เช่น ใน “วิษณุปุราณะและมัตสยปุราณะ” คือ การอวตารเป็นปลาของพระวิษณุ กล่าวถึงการจุติของพระพิฆเนศจากเครื่องหอมและเหงื่อไคลของพระนางปารวตี ซึ่งพรมด้วยน้ำจากคงคานที โดยมีจุดประสงค์ให้คอยป้องกันไม่ให้ผู้คนไปบูชาศิวลึงค์ของพระศิวะ

“ลิงคปุราณะ” กล่าวถึง การที่พระศิวะสร้างเทพแห่งความขัดข้องและขัดขวางขึ้น เพื่อขัดขวางเหล่าอสูรและรากษสที่คอยรังควานทวยเทพ ฤๅษี และมนุษย์

“สกานทปุราณะ” กล่าวถึง กำเนิดของพระพิฆเนศในกลียุค และทวาปรยุค เพื่อกำจัดผู้ชั่วร้ายอันไปเกิดเป็นเทพ เนื่องจากประกอบ พิธีพลีกรรมต่างๆ

“พรหมไววรรตปุราณะ” กล่าวถึง การที่พระนางปารวตีหรือพระนางปาวารตี มเหสีพระศิวะต้องการพระโอรส จึงประกอบ “พิธีปันยากะพรต” เพื่อบูชาพระวิษณุ จนพระวิษณุแบ่งภาคลงมาจุติเป็นกุมารน้อยนาม ‘พระพิฆเนศ’

“ศิวปุราณะ” กล่าวถึง กำเนิดพระพิฆเนศจากคราบไคลของพระนางปารวตีหรือพระนางปาวารตี เพื่อเฝ้าหน้าห้องสรงและได้สู้รบกับพระศิวะ และแสดงถึงสติปัญญาของพระพิฆเนศ

ส่วน ‘ปุราณะ’ ที่กล่าวถึงพระพิฆเนศโดยตรง ได้แก่ คเณศปุราณะ ซึ่งรจนาขึ้นราว ค.ศ.1100-1400 และ มุทคละปุราณะ ซึ่งรจนาขึ้นก่อน ค.ศ.1100 ว่าด้วยเรื่องการอวตารขององค์พระพิฆเนศ 9 ปาง และการเปลี่ยนรูปวรกายของพระองค์ออกไปอีก 32 รูป รวมทั้งการเปลี่ยนท่าและพระนามตามลักษณาการร่ายรำของพระบิดา ได้แก่ พระศิวะ ที่เรียกว่า “ศิวะนาฏราช” เป็นอีก 108 ท่า

นอกจากในปุราณะต่างๆ แล้ว เรื่องราวของพระพิฆเนศยังปรากฏใน “คีตะคัมภีร์” (Gita) ซึ่งเป็นบทสรรเสริญเป็นท่วงทำนองดนตรี คีตะคัมภีร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอินเดียปรากฏในยุค มหากาพย์ ในมหาภารตยุทธเรียกว่า “ภควัตคีตา” แปลว่า “บทเพลงสรรเสริญองค์พระภควัติ หรือองค์พระผู้ควรบูชา” ครับผม

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .