อุมามเหศวรมูรติ

25560512-122858.jpg

“อุมามเหศวรมูรติ” พระศิวะปรากฏกายพร้อมพระอุมา ศิลปะปาละ ศิลปะอินเดียแบบปาละ (ปาละคือชื่อราชวงศ์หนึ่งของอินเดีย) เจริญอยู่ในภาคเหนือและตะวันออกของอินเดีย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14-18 จุดเด่นของเทวรูปปางนี้คือจะเห็นโคนนทิซึ่งเป็นพาหนะพระศิวะ (ด้านล่าวเทวรูปชาย) และสิงห์ซึ่งเป็นพาหนะพระอุมา (ด่านล่างเทวรูปหญิง)

ศิลปะปาละ (รวมถึงเสนะ) ของอินเดียได้ส่งอิทธิพลให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะศิลปะที่พบทางภาคใต้หรือที่เรียกว่าศิลปะศรีวิชัย งานศิลปะไทยชิ้นเอกที่ได้รับอิทธิพลที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดี (เพราะเคยอยู่หลังสมุดวาดเขียนมานาน) คือ เทวรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปัจุบันตั่งโชว์อย่างโดดเด่นในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร ห้องศิลปะศรีวิชัย

ตั้งใจจะโพสรูปนี้นานแล้ว แต่บอกตรง ๆ ว่า ผมไม่สามารถระบุรูปแบบและตัวตนได้ จึงขอความอนุเคราะห์จากอาจารย์ท่านหนึ่งที่จบโบราณคดีให้คำแนะนำ รูปภาพนี้ก็เป็นรูปของอาจารย์สอนโบราณคดีอีกท่านหนึ่งของผม ที่ถ่ายมาจากพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งประเทศอินเดีย

อินเดีย (รวมถึงทุกที่ในโลกยุคโบราณ) นิยมความสมดุล ความคู่กัน (มีชายก็ต้องมีหญิง มีมืดก็ต้องมีสว่าง มีสร้างและทำลาย มีร้ายลแะมีดี) การรวมกัน เป็นการส่งเสริมกันเพื่อความสมบูรณ์พูนสุข ดังนั้นเทวรูป “อุมามเหศวรมูรติ” จึงมีความหมายดังกล่าว ถือเป็นความศิริมงคล รูปนี้ผมเองมองว่าไม่ใช่การคู่กันอย่างเดียว ยังรวมถึงความเสน่หาและความรักด้วย ดูจากพระหัตถ์ซ้ายของพระศิวะที่ช้อนพระถันพระอุมาด้วยความเชยชม ผมจึงคิดไปเองอีกว่า ผู้บูชาคงจะต้องประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและความรักเป็นแน่

อุมามเหศวรมูรติ ยังปรากฎอยู่บนทับหลังเหนือเสากรอบประตูปราสาทหินแบบเขมรมากมาย โดยฉพาะศิลปะเขมรแบบบาปวนเป็นต้นมา (ราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา) พระอุมาจะประทับนั่งตักพระศิวะซึ่งพระศิวะจะโอบตระกรองกอดประทับนั่งบนโคนนทิอีกต่อหนึ่ง เช่น ทับหลังรูปอุมามเหศวร บรรณาลัยด้านทิศใต้ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีษะเกษ, ปรางค์สองพี่น้อง โบราณสถานศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เป็นต้น นับว่าเป็นที่นิยมของเขมรและไทยในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก

วาทิน ศานติ์ สันติ
12 พฤษภาคม 2556

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .