สูงเสียดฟ้า ‘หิมาลัย’

โดย : จินตนา ปัญญาอาวุธ / กรุงเทพธุรกิจ

เทือกเขาหิมาลัย(Himalaya Range)ถือเป็นอีกหนึ่งความงดงามอันน่ามหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สอนให้มนุษย์ตระหนักถึงการเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆบนโลก

คำว่า หิมาลัย มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง “ที่อยู่ของหิมะ” (หิม + อาลย) เทือกเขาในทวีปเอเชียแห่งนี้ทอดยาวผ่าน 5 ประเทศ คือ ปากีสถาน อินเดีย จีน ภูฏาน และเนปาล ก่อนจะมาสิ้นสุดที่ดอยอินทนนท์ ประเทศไทย  แบ่งแยกอนุทวีปอินเดียทางเหนือ ออกจากที่ราบสูงทิเบตทางใต้ และเป็นจุดกำเนิดของระบบแม่น้ำที่สำคัญของโลกหลายสาย เช่น แอ่งแม่น้ำสินธุ และแอ่งแม่น้ำคงคา-พรหมบุตร แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง

เทือกเขาหิมาลัยในเนปาล ประกอบไปด้วยยอดเขา 250 ยอดที่สวยงาม ซึ่งทุกยอดเขามีความสูงมากกว่า 6,000 เมตร แต่ถ้าเอ่ยถึงยอดเขาที่สูงที่สุด ต้องยกให้ เอเวอร์เรสต์ ด้วยความสูง 29,029 ฟุต

ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ตั้งตามชื่อของ Sir George Everest ในปี 1865 ซึ่งขณะนั้นเขาดำรงตำแหน่ง British surveyor-general of India โดยก่อนนั้นยอดเขาแห่งนี้รู้จักกันในชื่อ Peak XV (ยอดเขาที่ 15) เทือกเขาเอเวอร์เรสต์ทอดตัวจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก จากแม่น้ำในหุบเขาอินดัส ไปจนถึงหุบเขาบรามาบุตตรา หลอมรวมกลายเป็นแนวโค้งยาว 2,400 กิโลเมตร ซึ่งมีความกว้างจาก 400 กิโลเมตรทางทิศตะวันตก ในบริเวณแคชเมีย-ซินเจียง ไปจนถึง 150 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกในบริเวณ ทิเบต-อรุนาจันประเทศ

ในบริเวณเทือกเขาหิมาลัยมีทะเลสาบหลายร้อยแห่ง ทะเลสาบส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าระดับ 5,000 ฟุต และขนาดของทะเลสาบจะเล็กลงตามระดับความสูง ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดคือ ทะเลสาบ Pangong Tso ซึ่งทอดตัวคลุมชายแดนระหว่างอินเดียและจีน ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,600 เมตร และกว้าง 8 กิโลเมตร ยาวเกือบ 134 กิโลเมตร

นอกจากนี้เทือกเขาหิมาลัยยังรวมเอาธารน้ำแข็งเอาไว้ถึง 15,000 แห่ง ซึ่งกักน้ำจืดเอาไว้ถึง 12,000 ลูกบาศก์กิโลเมตร ธารน้ำแข็ง Siachen Glacier ยาว 70 กิโลเมตร ณ ชายแดนอินเดีย-ปากีสถาน เป็นธารน้ำแข็งที่ยาวเป็นอันดับสองของโลกนอกเขตขั้วโลก

ด้วยขนาดที่ใหญ่โตและความกว้างของหิมาลัย ทำให้มันมีอิทธิพลต่อภูมิอากาศในคาบสมุทรอินเดียและที่ราบสูงทิเบต ช่วยป้องกันความหนาวเย็น ลมที่แห้งแล้งจากอาร์กติกที่พัดลงมาทางใต้เข้ามาสู่คาบสมุทร และทำให้เอเชียใต้อบอุ่นกว่าเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นปราการธรรมชาติที่กั้นการเคลื่อนถิ่นฐานของมนุษย์มากว่าหมื่นปี อีกทั้งยังขัดขวางเส้นทางการค้า ป้องกันการรุกรานทางทหาร รวมถึงป้องกันการผสมเผ่าพันธุ์ของมนุษย์จากคาบสมุทรอินเดียกับคนจากประเทศจีนและมองโกเลีย ทำให้เกิดทั้งภาษาและประเพณีที่แตกต่างกันระหว่างพื้นที่เหล่านี้

ความน่ามหัศจรรย์อย่างหนึ่งของหิมาลัย คือการเป็นภูเขาที่มีชีวิตในทางธรณีวิทยา นักวิทยาศาสตร์พบว่าทางด้านใต้ของเทือกเขาเคลื่อนไปราว 20 มม.ทุกปี และมีการคาดการณ์กันว่าภายในช่วงเวลาหมื่นปี เทือกเขาหิมาลัยจะเคลื่อนเข้าไปสู่ด้านในของพื้นที่ของทวีปเอเชียอีกราว 1,500 กิโลเมตร

ไม่เพียงมีความสำคัญทางธรรมชาติ หิมาลัยยังตั้งอยู่ในจุดที่มีความสำคัญในการปฏิบัติศาสนกิจทั้งศาสนาพุทธและฮินดู ในศาสนาฮินดู เทือกเขาเปรียบเสมือนที่พำนักของพระผู้เป็นเจ้าหลายองค์ ซึ่งมีศาลไว้สำหรับสักการบูชาในเทือกเขาหิมาลัย เช่น Amarnath และ Kailash Mansarovar

ขณะที่เทือกเขาหิมาลัยเอง ถือเป็นเทพเจ้า Himavat  ซึ่งเป็นพระบิดาของพระนางปาวารตี พระชายาของพระศิวะด้วย ส่วนในศาสนาพุทธ Rongbo เป็นวัดที่อยู่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 16,732 ฟุต ตั้งอยู่เชิงเขาเอเวอร์เรสต์ (ที่เห็นอยู่ด้านหลัง) ในเขตปกครองพิเศษของทิเบต

ด้วยความยิ่งใหญ่ของหิมาลัย ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางไปทั้งเพื่อยลโฉมและพิชิตเทือกเขาแห่งนี้

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .