บทเรียนล้ำค่าจากนรสิงห์อวตาร

นรสิงหาวตาร พระนรสิงห์ ท้าวนรสิงห์ นารายณ์สิบปาง

บทเรียนล้ำค่าจากนรสิงห์อวตาร
บัญชา ธนบุญสมบัติ

ตามคติในศาสนาฮินดู พระนารายณ์เป็นมหาเทพที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโลก คือเมื่อใดก็ตามที่โลกเกิดความวุ่นวาย พระองค์ก็จะอวตารมาในรูปแบบ (ปาง) ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ในบรรดาอวตารทั้งหลายนี้ มีอยู่ปางหนึ่งซึ่งมีสีสันและแง่มุมชวนคิดอยู่ไม่น้อย นั่นคือ นรสิงห์อวตาร

นรสิงห์เป็นครึ่งคนครึ่งสิงโต คือ มีร่างกายส่วนใหญ่คล้ายคน แต่มีหน้าตาและกรงเล็บเป็นสิงโต คำว่า นรสิงห์ มาจาก นร (คน) + สิงห์ (สิงโต) ภาษาอังกฤษสะกดว่า Narasimha, Narasingh หรือ Narasinga ก็ได้

จุดที่น่าสนใจก็คือ ทำไมพระนารายณ์จึงต้องอวตารมาในรูปแบบพิลึกกึกกืออย่างนี้ด้วยหนอ

ตำนานนรสิงห์อวตารมีหลายเวอร์ชั่น แต่ละเวอร์ชั่นมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่หลักๆ ก็คือ ครั้งหนึ่งพระนารายณ์ได้อวตารเป็นวราหาวตาร (หมูป่า) เพื่อไปสังหารหิรัณยกษะ (Hiranyasha) เพราะอสูรตนนี้จะม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไปทิ้งยังแดนบาดาล เหตุนี้ทำให้น้องชายของหิรัณยกษะ คือ หิรัณยกศิปุ (Hiranyakashipu) รู้สึกเจ็บแค้นยิ่ง และถือว่าพระนารายณ์เป็นศัตรูของตน

หิรัณยกศิปุคิดแผนเด็ดเพื่อกำจัดพระนารายณ์ จึงได้เฝ้าเพียรบำเพ็ญตบะสวามิภักดิ์ต่อพระพรหม ด้วยความมั่นคงแน่วแน่ พระพรหมจึงใจอ่อนยอมให้พร

พรที่หิรัณยกศิปุทูลขอก็คือ ให้ตนไม่อาจถูกฆ่าตายโดยเทพองค์ใด รวมทั้งหมู่มนุษย์ หรือสัตว์ร้าย ไม่มีศาสตราวุธใดๆ ทำอันตรายตนได้ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกที่อาศัย ไม่ว่าจะบนพื้นหรือบนฟ้า! (ถ้าเป็นนักกวนเมืองบางประเทศ ก็คงจะขอพรจากพระพรหมว่า ไม่อาจมีใครมายื่นถอดถอนหรือเลื่อยขาเก้าอี้ได้ ไม่ว่าจะภายใน หรือภายนอกสภา ไม่ว่าจะเป็นคนในพรรคฝ่ายตรงข้าม หรือคนในพรรคเดียวกัน…อิอิ)

เมื่อได้รับพรอันวิเศษแล้ว หิรัณยกศิปุก็ทะนงตนว่าเป็นอมตะ ไม่มีผู้ใดสังหารได้ จึงได้เที่ยวกร่างไปทั่ว และให้ผู้อื่นกราบไหว้บูชาตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

หิรัณยกศิปุมีโอรสองค์หนึ่งนามว่า ประหลาท (Prahlad) พระโอรสพระองค์นี้มีศรัทธาในองค์พระนารายณ์อย่างมั่นคงยิ่ง เรื่องนี้ทำให้หิรัณยกศิปุไม่พอใจสุดๆ เพราะลูกบังอาจไปนับถือศัตรูหมายเลข 1 ของพ่อนั้น ใครเล่าจะยอมได้ เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ หิรัณยกศิปุจึงใช้อุบายต่างๆ นานาเพื่อจะกำจัดลูกคนนี้ทิ้ง แต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง เพราะอิทธิฤทธิ์แห่งองค์นารายณ์คอยช่วยเหลือเอาไว้

เย็นวันหนึ่ง หิรัณยกศิปุได้ถามประหลาทด้วยความรู้สึกหมั่นไส้พระนารายณ์ว่า เจ้าว่าพระนารายณ์มีอำนาจสูงสุด และสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ ถ้าอยู่ในทุกที่จริง แล้วเขาอยู่ในเสาหินต้นนี้ด้วยหรือเปล่า ว่าแล้วก็ชี้ไปที่เสาหินที่อยู่ใกล้ๆ

ประหลาทตอบว่าพระองค์เคยอยู่ กำลังอยู่ และจะอยู่ในเสาหินนั้น

เมื่อได้ฟังคำตอบนี้ หิรัณยกศิปุก็เลือดขึ้นหน้า บอกว่าถ้ายังงั้นข้าจะฆ่าพระนารายณ์ให้ดู ว่าแล้วก็เอากระบองฟาดเสาหินอย่างแรง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังกึกก้อง แล้วพระนารายณ์ในร่างของนรสิงห์ก็ปรากฏตัวออกมา!

นรสิงห์ลากหิรัณยกศิปุไปที่ธรณีประตู จับตัววางไว้บนตัก แล้วทบทวนพรวิเศษว่า เจ้าขอพรไม่ให้ตายด้วยเทพ มนุษย์หรือสัตว์ ไม่ให้ตายด้วยศาสตราวุธ ไม่ให้ตายในเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ให้ตายขณะอยู่ภายในหรือภายนอกที่อาศัย ไม่ให้ตายบนพื้นหรือบนฟ้า แต่ข้าไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่สัตว์ เวลานี้เป็นยามสายัณห์ ไม่ใช่ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่นี่ก็เป็นธรณีประตู ไม่ใช่ภายในหรือภายนอกของที่อยู่อาศัย และเจ้าก็อยู่บนตักของข้า ไม่ได้อยู่บนพื้นหรือบนฟ้า

ว่าแล้วนรสิงห์ก็ใช้กรงเล็บฉีกร่างของหิรัณยกศิปุ เพราะกรงเล็บก็ไม่ใช่ศาสตราวุธ ตรงตามเงื่อนไขในพรของพระพรหมเปี๊ยบ!

กล่าวกันว่า หลังจากสังหารหิรัณยกศิปุแล้ว นรสิงห์ก็ยังอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด ถึงขนาดที่ว่าพระศิวะหรือแม้แต่พระลักษมี ชายาของพระองค์ก็ยังเอาไม่อยู่ พระพรหมจึงขอให้ประหลาทสวดภาวนาเพื่อแสดงความมั่นคงในศรัทธาต่อองค์นารายณ์ นรสิงห์ถึงจะสงบลงได้ด้วยพลานุภาพแห่งความภักดี

ปราชญ์ฮินดูบอกว่า คติจากเรื่องนี้ก็คือ พระผู้เป็นเจ้าทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง และผู้มีศรัทธาอย่างแน่วแน่ต่อพระองค์จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง

บทเรียนที่ชัดแจ๋วอีกอย่างหนึ่งก็คือ เงื่อนไขต่างๆ ที่มีอยู่นั้น แม้จะดูรัดกุมเพียงไร ก็มักจะมีช่องโหว่อยู่เสมอไป (ไม่ว่าจะในพรของพระพรหม หรือในกฎหมายของสังคม) ช่องโหว่นี้หากสามารถใช้เพื่อจัดการมารอย่างในกรณีนรสิงห์อวตาร ก็ย่อมน่ายินดี ^__^

ส่วนพวกศรีธนญชัยที่คอยหาทางซอกแซกเลี่ยงกฎหมาย โดยสะกดจิตตัวเองให้เชื่อว่า “ทำถูกต้องตาม (รูโหว่ของ) กฎหมายก็พอแล้ว…” นั้น ดูเหมือนจะมีให้เห็นเยอะทีเดียว

แต่หากซอกแซกหาทางออกไม่ได้ ก็ใช้วิธีตั้งตัวเป็นพระพรหม ให้พรตัวเองซะเลย…อิอิ (ระวังพรจะมีรูโหว่อีกนะจ๊ะ)

ขอขอบคุณ : กรุงเทพธุรกิจ

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .