พระพิฆเนศในคติพระพุทธศาสนา

นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศ จะปรากฏหลักฐานในศาสนาพราหมณ์ฮินดูแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศยังปรากฏในคติพระพุทธศาสนาด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธศาสนามหายาน ได้ยอมรับนับถือพระพิฆเนศว่าเป็นสิทธิธาดา ซึ่งหมายถึงผู้ประทานความสำเร็จอีกด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่า มีบทสวดเรียกว่า คณปติหฤทัย

รวมทั้งยังได้พบรูปเคารพของพระพิฆเนศในประติมากรรมทางพระพุทธศาสนาสมัยราชวงศ์คุปตะตอนปลาย เช่น ในภาพพระพุทธเจ้าปรินิพพานที่สารนาถมีภาพพระพิฆเนศทรงหนูอยู่ร่วมกับเทพองค์อื่นในเวลาต่อมาจึงมีภาพพระพิฆเนศในรูปของเทพเจ้าในพระพุทธศาสนามหายาน มีชื่อว่าวินายกะ และเป็นปีศาจในศาสนาฮินดู ชื่อวินายกะเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศในลักษณะของรูปเคารพต่างๆ ได้แก่
1. พระพิฆเนศกับเทพีปรรณศพรี เป็นรูปเทพีเเหยียบพระพิฆเนศ
2. พระพิฆเนศกับเทพีอปราชิตา เป็นรูปเทพีอปราชิตา ยืนอยู่บนพระพิฆเนศ โดยพระพิฆเนศอยู่ในท่านอนพระบาทขวาถูกเหยียบโดยพระบาทซ้ายของเทพี
3. วิฆนานตกะ เป็นรูปวิฆนานตกะเหยียบพระพิฆเนศ
4. คณปติหฤทัย เป็นเทพี มีเศียรเป็นช้าง ในพระพุทธศาสนานิกายตันตระถือเป็นศักติ (พระชายา) ของคณปติ (พระพิฆเนศ)
5. คณปติ เป็นเทพในพระพุทธศาสนา ในคัมภีร์สาธนมาลา กล่าวว่า คณปติ มีผิวกายสีแดง มี 2 พระกร มีหนูเป็นพาหนะ

นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศ ถูกเทพมหากาลเหยียบ และ ภาพพระโพธิสัตว์มัญชุศรีเหยียบ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนามีชัยชนะเหนือศาสนาฮินดู

ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าการที่ปรากฏเรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศในพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์คุปตะเป็นต้นมา สอดคล้องกับหลักฐานว่า นับตั้งแต่ราชวงศ์คุปตะเป็นต้นมานั้น พระพิฆเนศได้รับการนับถือในฐานะของเทพในศาสนาฮินดู ดังนั้นจึงมีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศในด้านลบ เนื่องจากถือว่าเป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นศัตรูของพระพุทธศาสนา จึงทำเป็นรูปพระพิฆเนศถูกเหยียบโดยเทพีทางพุทธศาสนา

อย่างไรก็ตามในพระพุทธศาสนานิกายตันตระ ก็ได้มีการยอมรับนับถือพระพิฆเนศในนามว่าคณปติ และศักติของพระพิฆเนศที่มีชื่อว่าคณปติหฤทัย เข้าไว้เป็นเทพของพระพุทธศาสนาด้วย อันแสดงถึงความแพร่หลายของการนับถือพระพิฆเนศในอินเดียนั่นเอง

จากหนังสือ พระพิฆเนศวร เทพผู้ประทานความสำเร็จ เจ้าแห่งศิลปวิทยา

รองศาสตราจาร์ ดร.ศานติ ภักดีคำ สำนักพิมพ์อมรินทร์

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .