ตำนานองค์พญานาค เรื่องเล่าพญานาค

เรื่องราวของพญานาคนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า มีเรื่องราวของความเชื่อ การให้ความนับถือและตำนานต่างๆมากมายอีกร้อยแปดพันเก้า ที่กล่าวถึงพญานาคในบ้านเรานั้น ล้วนเคยมีนักเขียนท่านอื่นเขียนเอาไว้อย่างจริงจังและพิสดารพันลึกไปหมดแล้ว ในเรื่องราวและประวัติของพญานาคโดยละเอียด ว่ามีความเป็นมาอย่างไรและการเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยเรานั้นมาในสมัยไหน ผู้เขียนชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้เคยถูกตีพิมพ์ในหนังสือเล่มต่างๆที่เกี่ยวข้องกับองค์พญานาคทั้งที่เป็นความเชื่อเป็นอะไรมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นมีเรื่องราวที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงนั้นจะไม่ไปขอเท้าความให้ยุ่งเหยิง หรือเข้าไปในเรื่องเก่าๆ ที่ท่านผู้อ่านต่างก็รู้กันดีอยู่แล้ว ที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้ก็จะขอเท้าความถึงประวัติพญานาคโดยย่อเท่านั้น เอาไว้สำหรับท่านที่ไม่เคยอ่านหนังสือเล่มอื่น จะได้พอเข้าใจในเรื่องนี้บ้าง

เรื่องราวของพญานาคในวันนี้ เรื่องราวการปรากฏตัวและข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวพันถึงองค์พญานาค และเรื่องราวของผู้ที่ได้ชื่อว่าเคยพบพญานาค หรืออะไรก็ตามที่มีชื่อเสียงไปในทำนองนั้น ดังนั้นเรื่องราวที่ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงจึงออกจะไม่ใช่ตำราที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ วรรณคดี และตำนานเก่าแก่ที่อาจจะพูดถึงแต่เรื่องราวของพญานาคในช่วงพุทธชาติชาดกและพระพุทธศาสนาไปเสียหมด

เรื่องราวของพญานาคนี้ไม่ใช่จะมีแต่บ้านเราเท่านั้น บ้านอื่นเมืองอื่นเขาก็มี แถมยังมีหลายเรื่องหลายประเทศอีกด้วย แต่ทว่าภาพลักษณ์และลักษณะของพญานาคทางเขานั้นอาจจะแตกต่างไปจากของเรามาก ซึ่งพญานาคของเขาอาจจะไม่ได้มีรูปร่างเหมือนอย่างพญานาคในบ้านเรา หรือจะมีตำนานที่จำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้

สำหรับบางประเทศที่มีการนับถือพระญานาคว่าเป็นเทพเจ้า ก็จะมีการจัดลำดับให้อยู่ในวงศ์เทพหรือเป็นเทพเจ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือกันไปเลยก็มี ไม่ต้องดูที่ไหนไกล ลองดูเพื่อนบ้านของเราอย่าง ประเทศกัมพูชา หรือชาวเขมรแต่เดิมนี่แหละ ประเทศนี้ที่ความนับถือในเรื่องราวของพญานาคอย่างมาก และมีเรื่องที่เป็นตำนานสืบต่อกันมาถึงเรื่องพญานาคอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

ว่ากันว่าที่ประเทศในกาลสมัย เคยมีพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่งทรงพระนามว่าท้าวกัมพู อยู่มาวันหนึ่งท้าวกัมพูเกิดเบื่อหน่ายในลาภยศสรรเสริญ รู้สึกเหนื่อยกับราชสมบัติขึ้นมา จึงเสด็จออกจาริกไปยังถิ่นอื่นเรื่อยไป จนวันหนึ่งท้าวกัมพูเดินทางมาถึงหนองน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ก็พบกับสาวสวยนางหนึ่ง ท้าวกัมพูเกิดความรักขึ้นมาก็เลยขอแต่งงานกับนาง แต่ต่อมาความจริงปรากฏว่า ดรุณีนางนั้นเป็นพญานาค แต่ท้าวกัมพูก็เกิดรักใคร่ชอบพอกับนางไปเสียแล้ว จึงปล่อยเลยตามเลย หลังจากแต่งงานแล้วท้าวกัมพูและนางพญานาค ก็สร้างเมืองขึ้น ครองราชอยู่ด้วยกัน มีพระราชโอรส พระราชธิดา สืบเชื้อสายกันต่อมาอีกมากมายเป็นวงศ์วานว่านเครือใหญ่ทีเดียว

และในที่สุดผู้คนในแคว้นนั้นก็กลายมาเป็นชนเผ่าที่เรียกกันว่า ชาวกัมพูชา มาจนถึงทุกวันนี้ คำว่ากัมพูชานั้น แปลตรงๆ ก็ได้ความว่า เกิดแต่ท้าวกัมพู นั่นเอง เราจึงมักจะเห็นตามเทวสถานที่สำคัญเกือบทุกแห่งในกัมพูชา มีรูปสลักที่เป็นพญานาคอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะที่ปราสาทหลังใหญ่หลังหนึ่ง มีการสลักหินเป็นรูปพญานาคเต็มไปหมดทั้งหลังปราสาท ปราสาทหลังนี้ เรียกออกเสียงเป็นสำเนียงเขมรว่าปราสาทเนียกเพียน และชื่อเดียวกันนี้เองสามารถออกเสียงเป็นภาษาไทยได้ว่า นาคพัน นั่นเอง

ที่กล่าวมานี้เบื้องต้นนี้ จะเห็นถึงความนับถือและความเชื่อในเรื่องราวของพญานาค ที่เป็นตำนานของประเทศกัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนเคยเล่าไปแล้วในหนังสือเมืองบาดาลตำนานสมุทร ดังนั้นจะไม่ขอกล่าวซ้ำอีก

ประเทศไทยของเรานั้นอาจจะเป็นอีกประเทศหนึ่งในละแวกนี้ ที่รู้จักเรื่องราวขององค์พญานาค ดีพอๆ กับอีกหลายประเทศ เราจะเห็นได้ว่า องค์พญานาคนั้นได้เข้ามาปะปนอยู่ในวรรณคดีของเราหลายต่อหลายเรื่อง อยู่ในตำนานนิทานและเรื่องราวเก่าแก่อีกมากมาย และยังเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ศาสนาอีกด้วย หากเราลองมองไปรอบๆ ตัวเรา หลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งความเชื่อ ทั้งเรื่องราวนมนานกาเล ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวของพญานาคปะปนอยู่ด้วยเสมอ

จากหนังสือ เรื่องจริงพญานาค โดย เตโชไชยการ สำนักพิมพ์แสงดาว

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .