Archive for the ‘ประเทศอินเดีย ท่องเที่ยวอินเดีย แสวงบุญอินเดีย’ Category

พิธีบูชาพระแม่ลักษมีในฤดูเก็บเกี่ยว

devi-lakshmi-goddess-of-wealth-CI69_l

เกษตรกรในอินเดียเหนือแถบแคว้นโอริสสา นิยมบูชาพระแม่ลักษมีในฐานะมหาเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ทุกปีที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปริมาณมาก พวกเขาจะประกอบพิธีบูชาพระลักษมี ในวันเพ็ญของฤดูเก็บเกี่ยวในวันนั้น ทุกๆ บ้านจะตกแต่งบ้านเรือนอย่างสวยงาม มีงานเลี้ยงรื่นเริงอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งหมู่บ้านที่เป็นการเฉลิมฉลองหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งปี และยังเป็นการบูชาพระแม่ลักษมีพระเทวีที่ตนรักและศรัทธาอีกด้วย

พระแม่ลักษมีในฐานะต้นกำเนิดพระแม่โพสพ

นอกจากจะเชื่อกันว่า พระแม่ลักษมีสามารถดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ธัญญาหารแก่ผู้ที่บูชาได้แล้ว ชาวอินเดียโบราณยังเชื่อกันว่ ามีพระแม่ลักษมีปางหนึ่งที่อวตารลงมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ปางนั้นก็คือปางธัญญลักษมี พระลักษมีมหาเทวีจะทรงอาภรณ์สีเขียวมี 4-6 พระกร พระหัตถ์อย่างน้อย 2 ข้างจะทรงรวงข้าวและธัญพืช ส่วนที่เหลืออาจแสดงปางประทานพรหรือปางประทานอภัยทาน

นิทานปรัมปราของอินเดีย กล่าวถึงที่มาของพระแม่ลักษมีปางนี้ว่า ครั้งหนึ่งโลกประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง แผ่นดินขาดช่วง พื้นดินแห้งแล้งแตกระแหง แสงอาทิตย์ก็ร้อนแรงจนผู้คนอยู่ไม่ได้ แหล่งน้ำแห้งขอดลงเรื่อยๆ พืชพันธุ์ธัญญาหารทยอยยืนต้นตายทีละต้นในที่สุดชาวบ้านทนความเดือดร้อนไม่ไหว จึงร่วมกันสวดบูชาวิงวอนพระวิษณุขอให้ช่วยเหลือ ทว่าในเวลานั้นพระวิษณุบรรทมหลับอยู่ จึงไม่ได้ยินเสียงวิงวอนของผู้คนในโลก มีแต่พระแม่ลักษมีเท่านั้นที่ได้ยินเสียงบทสวดวิงวอน พระแม่ลักษมีเทวีจึงแบ่งภาคลงมาช่วยเหลือมนุษย์โลก ด้วยการนำพระมหาสังข์ใส่น้ำ โปรยปรายเป็นฝน และเนรมิตข้าวในนา และพืชพันธุ์ธัญญาหารให้กลับมาเจริญงอกงามอีกครั้ง เป็นที่ปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยาก Read more »

คติความเชื่อเกี่ยวกับพระแม่ลักษมี

พระแม่ลักษมี ได้รับการยกย่องตั้งแต่สมัยพระเวทเป็นต้นมา ในฐานะมหาเทวีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความอุดมสมบูรณ์ พร้อมกับความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพระแม่ที่มีมาก่อนในหมู่ชนพื้นเมือง ด้วยเหตุนี้ประชาชน เกษตรกร พ่อค้าทั้งในอินเดียและดินแดนใกล้ไกล จึงนิยมบูชาพระแม่ลักษมีเพื่อมุ่งหวังโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ของผลิตผลทางการเกษตร และการค้าขายที่ประสบความสำเร็จมีกำไร สอดคล้องกับการพบรูปคชลักษมีและพระแม่ลักษมีจำนวนมากมายตามย่านการค้า เมืองท่าสำคัญ เมืองเกษตรกรรม และชุมชนน้อยใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจี้ขนาดเล็กสำหรับพกพาติดตัวหรือรูปเคารพขนาดย่อมสำหรับตั้งบูชา หนังสือพระลักษมีเทวีผู้เปี่ยมด้วยพระสิริโฉมและความกรุณาปราณี : วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ / สำนักพิมพ์อมรินทร์

 

เขาไกรลาส ที่ประทับของพระศิวะ

เรื่องราวของเทพเจ้าฮินดู ตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่แปลก เพระองค์เทพแต่ละองค์จะมีที่ประทับอยู่ที่ต่างๆ กัน อาทิ ท้าวจตุโลกบาล ประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา โดยมีภูเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลางของจักรวาล มีทะเลสีทันดรล้อมรอบอยู่ ในระหว่างเขาคือภูเขาทั้งเจ็ดลูก

ในความเชื่อของศาสนาพราหมณ์นั้นสวรรค์ที่สำคัญมีอยู่ด้วยกัน 4 แห่งได้แก่
1. ยอดเขาพระสุเมรุ เป็นที่สถิตของพระอินทร์ เป็นภูเขาทองคำแท้ทั้งภูเขา
2. ยอดเขาไกรลาส พระศิวะและพระแม่อุมาเทวีประทับอยู่ มีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่าผาเผือก เพราะมีสีขาวดั่งเงินยวง
3. พรหมโลก เป็นที่สถิตของพระพรหม และ พระแม่สุรัสวดี ซึ่งมีถึง 16 ชั้น ในวรรณคดีส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล่าวถึงลักษณะของพรหมโลกมากนัก
4. ไวกูณฐ์ หรือ ทะเลน้ำนม อยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์ทั้ง 3 แห่งข้างต้น เป็นที่สถิตของพระวิษณุและพระแม่ลักษมี ซึ่งประทับหลับสนิทบนหลังของพระยาอนันตนาคราช และ บริเวณสะดือทะเล

สำหรับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะนี้ บางที่ก็กล่าวว่า เป็นที่อยู่ของท้าวกุเวร ตั้งอยู่บนภูเขาหิมาลัยซึ่งเป็นยอดสูงสุดในตอนใต้ของทะเลสาบมานัส ที่ชาวฮินดูนับถือกันมาก เพราะถือกันว่าเป็นที่สถิตแห่งองค์เทพและประชาบดี หรือ พระฤาษีสำคัญๆ Read more »

องค์พระพิฆเณศวรในสังคมไทยปัจจุบัน

หลังจากรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สังคมไทยได้ให้ความสำคัญและมีการนับถือพระพิฆเนศในฐานะของเทพแห่งความสำเร็จ และ เทพแห่งศิลปวิทยาการ ตามคติของอินเดียมากขึ้น จากเดิมที่มีความสำคัญเฉพาะในด้านพิธีกรรมและด้านช้าง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดังที่ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ได้มีการสร้างประติมากรรมรูปเคารพของพระพิฆเณศวรขึ้นหลายแห่ง โดยสืบทอดคติการบูชาในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการเป็นหลัก โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมศิลปากร เช่น รูปปูนปั้นที่หน้าบันอาคารวิทยาลัยช่างศิลป์ รูปปูนปั้นผนังด้านหน้าของอาคารวิทยาลัยนาฏศิลป์ ร่วมทั้ง รูปปูนปั้นลอยตัวที่ประดิษฐานอยู่ทางทิศใต้ของโบสถ์วัดพระแก้ววังหน้า เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการสร้างประติมากรรมรูปพระพิฆเณศวร ในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการ ในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิทยาการและศิลปะด้วย เช่น พระพิฆเนศที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พระพิฆเณศวรที่กองดุริยางค์ทหารบก

การบูชาพระพิฆเณศวรยังปรากฏในฐานะอื่นด้วย เช่น ถือว่าพระพิฆเณศวรเป็นหัวหน้าคณะบริวารของพระศิวะ จึงมีการสร้างประติมากรรมพระพิฆเนศที่ กองพลที่ 1 ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ Read more »

ตำนานพระพิฆเณศวร ในปัทมะปุราณะ

ตำนานพระพิฆเนศในคัมภีร์ปัทมะปุราณะ

เป็นการกล่าวถึงถึงที่มาทำให้พระพิฆเณศวรได้รับพรจากพระศิวะและพระนางปารวตี (พระแม่อุมาเทวี) ให้ได้รับการบูชาก่อนเทพองค์อื่นๆ ดังที่ปรากฏในคัมภีร์ดังต่อไปนี้

สัญชัยฤาษีได้ถามฤาษีวยาสว่า เทพองค์ใดควรได้รับการบูชาก่อนเทพองค์อื่น ฤาษีวยาสกล่าวว่า คนที่ควรการบูชาก่อนเทพองค์ คือ พระพิฆเนศวร เนื่องด้วยพระองค์เป็นผู้ทรงขจัดอุปสรรค สมัยหนึ่งเทวดาได้นำขนมโมทกะ มาถวายพระแม่อุมาเทวี ขนมนี้ใครกินแล้วจะเป็นผู้ที่มีปัญญารอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง พระแม่อุมาเทวีต้องการประทานขนมนี้แก่บุตรของพระองค์ องค์ใดองค์หนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีความเฉลียวฉลาดรอบรู้อย่างแท้จริง จึงให้มีการพิสูจน์ความสามารถแข่งขันกันระหว่างพระขันทกุมารและพระพิฆเณศวร์

พระขันทกุมารจึงขี่นกยูงเดินทางไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่มีในโลก ส่วนพระพิฆเนศวร์ ได้เดินวนรอบ ประทักษิณาแก่พระศิวะพระแม่อุมาเทวี แล้วมายืนอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ของพระบิดาและพระมารดา Read more »

ประวัติพญาครุฑ อานุภาพขององค์พญาครุฑ

พญาครุฑ ใหญ่ดั้งภูผา เป็นหนึ่งในท้องนภา

จากเรื่องราวตามตำราและคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู เปรีนบเทียบกันแล้ว สามารถแบ่งพญาครุฑออกได้เป็น 5 ประเภทหลัก คือ

1. มีร่างกายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่มีปีกอยู่ด้านหลัง
2. มีร่างกายเป็นคนธรรมดา แต่มีศีรษะเป็นนก
3. มีร่างกายเป็นคนธรรมดา แต่มีศรีษะและขาเป็นนก
4. มีร่างกายเป็นนก แต่มีหัวเป็นมนุษย์
5. มีร่างกายเหมือนกับนกทุกประการ

ในมหากาพย์มหาภารตะ และ มหากายพ์รามายณะ ได้กล่าวถึงรูปร่างของพญาครุฑไว้อย่างชัดเจนว่า พญาครุฑมีขน ปีก และจะงอยปากเหมือนนกทั่วไป อวัยวะทุกส่วนมีพลานุภาพมากกว่านกธรรมดาหลายเท่านัก Read more »

พญาครุฑ ตำนานพญาครุฑ มหาอำนาจ มหาบารมี

พญาครุฑ สัตว์ป่าหิมพานต์เป็นใหญ่เหนือนกทุกเผ่าพันธุ์ในโลก และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งองค์พระมหากษัตริย์ตามความเชื่อในระบอบการปกครองที่ไทยเต็มใจรับมาจากอินเดีย

คุณสมบัติโดดเด่นที่พญาครุฑได้รับการยกย่องให้เป็นพญาแห่งวิหคทั้งหลาย 1. พละกำลังอันมหาศาล มีกำลังวังชาได้ไม่มีวันหมด แม้แต่องค์พระนารายณ์ยังต้องขอผูกมิตร 2.มีเชาว์ปัญญาอันล้ำเลิศ 3. มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีอย่างสูงส่ง

ภาพอันทรงฤทธิ์และมีคุณธรรมเป็นเลิศของพญาครุฑ ส่วนใหญ่มาจากความเชื่อของชาวฮินดู ซึ่งเชื่อว่าพญาครุฑเป็นสัตว์ที่เก่งฉกาจ ฉลาดแก้ปัญหา และมีกำลังมหาศาล ยากที่จะหาใครมาต่อกรได้ Read more »

องค์พระศิวะ ความเกี่ยวข้องกับไทยและพุทธศาสนา

image

พระศิวะหรือพระอิศวรในประเทศไทย

ศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั้นได้เข้ามาอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมาช้านานกว่า 5 พันปี แต่มารวมกันในศาสนาพุทธนิกายมหายานและมนตรยานนานราว 2500 ปี
จะเห็นโบราณวัตถุในดินแดนนี้ไม่ว่าจะเป็นประสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมายหรืออาณาจักรนครวัดในประเทศกัมพูชาซึ่งเดิมทีเป็นของประเทศไทย มีรูปจำหลักหรือเทวรูปพระอิศวรพระนารายณ์มากมาย

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของคำว่า อวโลกิเตศวรนั้นมาจากรากฐานคำว่าอิศวรหรือพระศิวะ Read more »

ตำนานพระแม่ลักษมี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์

พระแม่รัศมี พระแม่ลักษมีเทวี
คัมภีร์ภควัทปุราณะกล่าวว่า เมื่อ พระแม่ลักษมี ปรากฏพระวรกายขึ้นหลังจากการเปลี่ยนเกษียรสมุทรแล้วเทวดาอสูรและมนุษย์ต่างร่วมลงนามความงามและปรารถนาจะได้พัฒนามาเป็นชายาทั้งสิ้นครั้งนั้นพระอินทร์ได้ทูลอัญเชิญให้พระนางประทับบนอาสนะเทพแห่งน้ำดื่มน้ำมาให้คะแนนชำระพระวรกายด้วยมีเหล่าเทพอัปสรและคนธรรพ์บรรเลงเพลงขับกล่อมเกลาช้างประจำทิศช่วยกันลดน้ำสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากหม้อน้ำทองให้พระนางลักษมีซึ่งทรงถือดอกบัวอยู่จากนั้นพระมหาสมุทรทรงถวายผ้าไหมสีเหลือง 2 ผืน พระวรุณทรงถวายมาลัยไวชยันตีพระวิศวกรรมถวายเครื่องประดับต่างๆ พระแม่สรัสวดีทรงถวายสร้อยมุก พระพรหมทรงถวายดอกบัวและกุณฑล ครั้นเมื่อเสร็จพิธี พระแม่ลักษมีก็เรียกพระวิษณุเป็นพระสวามี

คัดมาจาก หนังสือ พระลักษมี โดย วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ สนพ.อัมรินทร์

การบูชาพระพิฆเนศ เพื่อธุรกิจการศึกษา

ganesh
บูชา “พระพิฆเนศ”เพื่อธุรกิจการศึกษา

โดย อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย
นักเทววิทยา ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์องค์เทพ
[ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเผยแพร่ศาสตร์องค์เทพอินเดียและสายวิชาพราหมณ์ฮินดู ในรายการสมพงษ์ องค์เทพ รายการโทรทัศน์ที่จะช่วยชี้ช่องทางให้คุณเป็นเศรษฐีได้อย่างชัดเจน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ Smart SME ซึ่งรับชมได้ทางทรู 25, 28 True PSI 18]

จากที่ได้อธิบายไว้ในคอลัมน์ฉบับก่อนๆ เรื่ององค์พระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งนักธุรกิจ การค้า ความร่ำรวย และความสำเร็จในกิจการงานต่างๆ ฉบับนี้ ผมจะอธิบายถึงเทวานุภาพอีกด้านหนึ่งขององค์พระพิฆเนศ นั่นคือ ความเป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษา สติปัญญา และความรอบรู้

นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน องค์พระพิฆเนศ ได้รับการบูชาให้เป็นเทพเจ้าผู้ทรงมีเทวานุภาพหลากหลาย และถือว่ามีเทวานุภาพมากที่สุดในบรรดาทวยเทพบนสรวงสวรรค์ เป็นเทพผู้เข้าถึงได้ทุกชนชั้น ทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพและความเป็นเทพแห่งการศึกษา เทพแห่งวิชาการ ความรอบรู้ ก็เป็นอีกเทวานุภาพ ที่องค์พระพิฆเนศสามารถประทานพรให้ได้
Read more »

ศิวะราตรี ปี 2557 การทำพิธีถวายพระศิวะมหาเทพ

มหาศิวะราตรี ประจำปีนี้ คือวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557
เป็นวันสำคัญสำหรับผู้ที่บูชาองค์พระศิวะ
มีขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้บูชา ดังต่อไปนี้

( ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนการบูชาที่เขียนโดย อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย
เผยแพร่เพื่อการกุศลได้ แต่ห้ามนำไปใช้หาผลประโยชน์ทางการค้า
และต้องให้เครดิต สำนักพิมพ์สยามคเณศ Siamganesh.com ทุกครั้งนะคะ )

1. จัดเตรียมเทวรูป

ทำความสะอาดเทวรูป ที่มีประดิษฐานอยู่ในบ้านทั้งหมด หากเทวรูปองค์ไหนใช้น้ำล้างได้ก็ล้างให้สะอาด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง หากองค์ไหนอาจเสียหายจากการถูกน้ำ ให้ใช้ผ้าหรือแปรงปัดฝุ่นให้เรียบร้อย

ให้เลือกเทวรูปพระศิวะ 1 องค์ โดยเลือกองค์ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ทำจากวัสดุที่โดนน้ำได้ เช่น หินแกะสลัก ทองเหลือง สำริด เรซิ่น ไฟเบอร์กลาส ฯลฯ ไม่ควรเป็นเทวรูปไม้แกะสลัก ปูนปั้น ดินปั้น หรือเทวรูปที่มีการตกแต่งประดับด้วยคริสตัลเพชรพลอย เพราะอาจทำให้เสียหายจากการสรงน้ำ องค์ที่เราเลือกมานี้ จะเรียกว่า “องค์บูชา”

Read more »

วิรูปักษา และ อเนกอนดิ ของดีที่ซ่อนอยู่ : ท่องเที่ยวอินเดีย

ฉันเริ่มต้นค้นหา อเนกอนดิ ด้วยการไปดูเขาอาบน้ำกันค่ะ ที่ริมแม่น้ำตังกาบัด แต่เช้าตรู่ชาวบ้านออกมาอาบน้ำ ซักผ้ากันแน่นตลิ่ง

แม่น้ำกับชาวอินเดียเป็นวิถีที่คู่กันมาแต่ไหนแต่ไรเฉกเช่นชาวเอเชียในหลายพื้นที่ ขยะริมแม่น้ำเป็นสิ่งนอกเหนือสายตาไปเลยค่ะ หลังจากเมียงมองอยู่ครู่ใหญ่ ฉันไปรอคิวเรือข้ามฟากไปอเนกอนดิ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเมืองฮัมปิ จ่ายคนละ 15 บาทเป็นเรือยนต์ นั่งไป 5 นาทีก็ถึง  ฝั่งอเนกอนดิมีที่พักนักท่องเที่ยวเยอะ และเป็นแหล่งชุมนุมของนักเดินทางจากอิสราเอล ภูมิประเทศที่สวยแปลกตาด้วยเทือกเขาหินแกรนิต ตั้งหมิ่นเหม่ เหมือนให้ลุ้นว่าจะกลิ้งหล่นมิหล่นแหล่เมื่อไร

หากใครต้องการความสวยสงบลองข้ามฟากมาพักฝั่งอเนกอนดิก็แนะนำนะคะ หากมาหน้านา จะเห็นนาข้าวเขียว หรือเหลืองทองเต็มไปหมด

ฉันเดินเลาะไปเรื่อยประมาณ 6 กิโลเมตร เพื่อไปดักขึ้นรถประจำทางไป วัดหนุมาน วัดบนยอดเขาสูงสุด แต่ฉันไม่ได้ขึ้นหรอกนะคะ ได้แต่ส่งตัวแทนขึ้นไปชมวิว ส่วนฉันขอนั่งกินชาร้อนใส่นม และสนทนากับหนุ่มน้อยเจ้าของร้านอยู่ตีนเขาแทน ร้านเป็นเพิงเล็กๆ แต่เจ้าหนุ่มนาคราชวัยเพียง 14 ขวบ จัดการบริหารด้วยตัวเอง เขาชอบให้คนแปลกหน้าเรียกตัวเขาว่า ‘คอบร้า’ และเรียกตัวเองอย่างภาคภูมิว่า เป็นนักธุรกิจ และอนาคตก็อยากจะทำร้านต่อโดยอาจเพิ่มขายอาหาร นอกเหนือจากของขบเคี้ยว และเครื่องดื่มที่มีเพียงชาใส่นม และผู้เป็นพ่อเป็นผู้ชงให้ได้ทีละแก้วจากเตาที่ใช้ฟืน Read more »

บทเรียนล้ำค่าจากนรสิงห์อวตาร

นรสิงหาวตาร พระนรสิงห์ ท้าวนรสิงห์ นารายณ์สิบปาง

บทเรียนล้ำค่าจากนรสิงห์อวตาร
บัญชา ธนบุญสมบัติ

ตามคติในศาสนาฮินดู พระนารายณ์เป็นมหาเทพที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโลก คือเมื่อใดก็ตามที่โลกเกิดความวุ่นวาย พระองค์ก็จะอวตารมาในรูปแบบ (ปาง) ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ในบรรดาอวตารทั้งหลายนี้ มีอยู่ปางหนึ่งซึ่งมีสีสันและแง่มุมชวนคิดอยู่ไม่น้อย นั่นคือ นรสิงห์อวตาร

นรสิงห์เป็นครึ่งคนครึ่งสิงโต คือ มีร่างกายส่วนใหญ่คล้ายคน แต่มีหน้าตาและกรงเล็บเป็นสิงโต คำว่า นรสิงห์ มาจาก นร (คน) + สิงห์ (สิงโต) ภาษาอังกฤษสะกดว่า Narasimha, Narasingh หรือ Narasinga ก็ได้

จุดที่น่าสนใจก็คือ ทำไมพระนารายณ์จึงต้องอวตารมาในรูปแบบพิลึกกึกกืออย่างนี้ด้วยหนอ

ตำนานนรสิงห์อวตารมีหลายเวอร์ชั่น แต่ละเวอร์ชั่นมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่หลักๆ ก็คือ ครั้งหนึ่งพระนารายณ์ได้อวตารเป็นวราหาวตาร (หมูป่า) เพื่อไปสังหารหิรัณยกษะ (Hiranyasha) เพราะอสูรตนนี้จะม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไปทิ้งยังแดนบาดาล เหตุนี้ทำให้น้องชายของหิรัณยกษะ คือ หิรัณยกศิปุ (Hiranyakashipu) รู้สึกเจ็บแค้นยิ่ง และถือว่าพระนารายณ์เป็นศัตรูของตน
Read more »

‘มหาพลีปุรัม – ปอนดิเชรี’ เมืองนี้พี่ลืมไม่ลง : ท่องเที่ยวประเทศอินเดีย

ภารกิจย่ำเมืองแขกยังไม่จบ อินเดียใต้ยังมีอะไรน่าค้นหาอีกมาก สองเมืองสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้จะส่งผมกลับบ้านด้วยรอยยิ้มหรือน้ำตากันแน่..

เสียงชาวทมิฬนาดู (หน้าดุ) สนทนากันดังระงม บ้างเป็นภาษาทมิฬ บ้างเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับคนอ่อนด้อยภาษาอย่างผมไม่ว่าจะภาษาอะไรก็จับใจความไม่ได้อยู่ดี อาการปวดหัวกำเริบแล้ว รู้สึกตึงบริเวณต้นคอและขมับ ผมกำลังเครียด มีเสียงสวดของพราหมณ์หนุ่มดังขึ้น ขอนไม้มะม่วงที่พระนางปวารตีปลูกถวายพระศิวะหล่นทับตัวผม วัวและแพะที่กำลังเล็มขยะหันมาจ้องผมตาเขม็ง พวกมันวิ่งกรูเข้ามาแทะร่างกายผมแทนขยะ ผมวิ่งหนีเข้าไปยังเทวาลัยที่มีพื้นร้อนระอุ ที่ที่ผมจะพึ่งพิงไม่มีอีกต่อไปแล้ว ผมกรีดร้อง…

ทันใดนั้น ผมสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่ารถจอด ณ ที่ใดสักแห่ง ผมเพิ่งออกจากเมืองกาญจีปุรัมมาได้เพียงชั่วโมงกว่าๆ สิ่งที่ผมพบเจอกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความฝันแล้ว กว่าจะกลับถึงประเทศไทย ผมไม่ต้องแบกความทรงจำไปฝันต่อที่บ้านเป็นกระบุงเชียวหรือ

แม้แดดจะร่มแต่ยังไม่ถึงกับเย็นย่ำนัก เมืองมหาพลีปุรัม หรืออีกชื่อว่า มามัลละปุรัม เป็นเมืองริมฝั่งทะเล บรรยากาศสบายๆ เหมาะกับตากอากาศยิ่งนัก แต่ก็ได้แต่ตากอากาศเท่านั้น เพราะคลื่นลมที่นี่แรงมาก แค่ยกกล้องเล็งไปที่ทะเล ละอองน้ำก็กระเซ็นเต็มหน้าเลนส์จนเช็ดแทบไม่ทันแล้ว เอาเป็นว่าแค่รับลมให้พอเหนียวตัวก็เพียงพอ Read more »

. . . . . . . . .