Archive for the ‘พราหมณ์ ประเพณีวัฒนธรรมของพราหมณ์ พราหม์ พราห์ม ประเพณีโบราณ ประเพณีไทย’ Category

วิธีปฏิบัติบูชาพระพิฆเนศ ในช่วงเทศกาลคเณศจตุรถี ปี พ.ศ.2559

วันประสูติพระพิฆเนศ Read more »

พระแม่โพสพ การไหว้พระแม่โพสพ การบูชาพระแม่โพสพ ตำนานพระแม่โพสพ

พระแม่โพสพ เทพธิดาแห่งข้าว
บทความโดย กิตติ วัฒนะมหาตม์

พระแม่โพสพ ในทางเทววิทยาจัดว่าเป็นผีชั้นสูง เป็นสตรีงดงาม แต่งกายด้วยผ้าผ่อนแพรพรรณสมัยโบราณ ห่มสไบเฉียง นุ่งผ้าจีบชายกรอมลงมาถึงปลายหน้าแข้ง ทรงเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ตระการตา ไว้ผมยาวสลวยประบ่า มีกระจังกรอบหน้า และกรรเจียกจอนชดช้อย

ประติมานวิทยาของพระแม่โพสพ คือประทับนั่งพับเพียบเรียบร้อยอย่างกุลสตรีไทยโบราณ มือข้างหนึ่งถือรวงข้าว ส่วนอีกข้างถือถุงโภคทรัพย์เต็มถุง โดยปกติประทับนั่งบนแท่น หากเสด็จไปที่ใด ก็ทรงมีพาหนะเป็นปลากรายทองและปลาสำเภา

บางตำนานเล่าว่า แต่เดิมท่านเป็นเทพธิดาครับ เมื่อหมดบุญในสวรรค์แล้วจึงลงมาเกิดเป็นข้าวด้วยสงสารที่มนุษย์มีชีวิตอยู่อย่างอดอยาก โดยได้รับความช่วยเหลือจากพระฤาษีในป่าหิมพานต์ให้ได้เป็นข้าวกระจายไปในที่ต่างๆ

แต่จากบทความเรื่อง ” พระแม่โพสพ เทวีแห่งข้าว” โดย สุกัญญา ภัทราชัย ในหนังสือ ข้าวกับวิถีชีวิตไทย กล่าวว่า เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระแม่โพสพมีเล่ากันทุกภาค มีความแตกต่างกันเป็น ๒ แนวครับ Read more »

พระแม่ลักษมีในฐานะต้นกำเนิดพระแม่โพสพ

นอกจากจะเชื่อกันว่า พระแม่ลักษมีสามารถดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ธัญญาหารแก่ผู้ที่บูชาได้แล้ว ชาวอินเดียโบราณยังเชื่อกันว่ ามีพระแม่ลักษมีปางหนึ่งที่อวตารลงมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ปางนั้นก็คือปางธัญญลักษมี พระลักษมีมหาเทวีจะทรงอาภรณ์สีเขียวมี 4-6 พระกร พระหัตถ์อย่างน้อย 2 ข้างจะทรงรวงข้าวและธัญพืช ส่วนที่เหลืออาจแสดงปางประทานพรหรือปางประทานอภัยทาน

นิทานปรัมปราของอินเดีย กล่าวถึงที่มาของพระแม่ลักษมีปางนี้ว่า ครั้งหนึ่งโลกประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง แผ่นดินขาดช่วง พื้นดินแห้งแล้งแตกระแหง แสงอาทิตย์ก็ร้อนแรงจนผู้คนอยู่ไม่ได้ แหล่งน้ำแห้งขอดลงเรื่อยๆ พืชพันธุ์ธัญญาหารทยอยยืนต้นตายทีละต้นในที่สุดชาวบ้านทนความเดือดร้อนไม่ไหว จึงร่วมกันสวดบูชาวิงวอนพระวิษณุขอให้ช่วยเหลือ ทว่าในเวลานั้นพระวิษณุบรรทมหลับอยู่ จึงไม่ได้ยินเสียงวิงวอนของผู้คนในโลก มีแต่พระแม่ลักษมีเท่านั้นที่ได้ยินเสียงบทสวดวิงวอน พระแม่ลักษมีเทวีจึงแบ่งภาคลงมาช่วยเหลือมนุษย์โลก ด้วยการนำพระมหาสังข์ใส่น้ำ โปรยปรายเป็นฝน และเนรมิตข้าวในนา และพืชพันธุ์ธัญญาหารให้กลับมาเจริญงอกงามอีกครั้ง เป็นที่ปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยาก Read more »

คติความเชื่อเกี่ยวกับพระแม่ลักษมี

พระแม่ลักษมี ได้รับการยกย่องตั้งแต่สมัยพระเวทเป็นต้นมา ในฐานะมหาเทวีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความอุดมสมบูรณ์ พร้อมกับความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพระแม่ที่มีมาก่อนในหมู่ชนพื้นเมือง ด้วยเหตุนี้ประชาชน เกษตรกร พ่อค้าทั้งในอินเดียและดินแดนใกล้ไกล จึงนิยมบูชาพระแม่ลักษมีเพื่อมุ่งหวังโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ของผลิตผลทางการเกษตร และการค้าขายที่ประสบความสำเร็จมีกำไร สอดคล้องกับการพบรูปคชลักษมีและพระแม่ลักษมีจำนวนมากมายตามย่านการค้า เมืองท่าสำคัญ เมืองเกษตรกรรม และชุมชนน้อยใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจี้ขนาดเล็กสำหรับพกพาติดตัวหรือรูปเคารพขนาดย่อมสำหรับตั้งบูชา หนังสือพระลักษมีเทวีผู้เปี่ยมด้วยพระสิริโฉมและความกรุณาปราณี : วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ / สำนักพิมพ์อมรินทร์

 

พระแม่ลักษมีเมื่อปรากฏร่วมกับพระวิษณุ

10471100_477070982448015_40716819154789615_n

เมื่อพระแม่ลักษมีได้รับยกย่องให้เป็น “ศักติ” และชายาของพระวิษณุ ก็เริ่มมีการทำประติมากรรมพระแม่ลักษมีคู่กับพระวิษณุมากขึ้น มีทั้งอยู่ในอิริยาบถทรงยืนเคียงข้างกัน ทรงยืนโอบกอดประทับเคียงข้างกัน ประทับโอบกอด และ พระอิริยาบถบรรทม

ลักษณะทั่วไป : เป็นหญิงสาวรูปงาม ดวงตาเหมือนกลีบดอกบัว สะโพกผาย มีสิริโฉมงดงาม พระวรกายอยู่ในวรรณะขาวหรือทอง มี 2 กรเสมอ แต่งองค์อย่างนางกษัตริย์ สวมสร้อยสังวาลย์ กุณฑลและธำมรงค์

ปางที่รู้จักและน่าสนใจ : “นารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ พระวิษณุอนันตศายินปัทมนาภะ” เป็นตอนที่พระวิษณุทรงบรรทมในท่ามกลางเกษียรสมุทร โดยมีพญาอนันตนาคราชทำหน้าที่รองรับพระวรกาย ครั้งนั้นเป็นการบรรทมหลับระหว่างภายหลังจากการทำลายโลกด้วยอำนาจแห่งพระศิวะมหาเทพ ทุกสรรพสิ่งถูกทำลายล้าง พื้นดินจมอยู่ใต้มหาสมุทร Read more »

เขาไกรลาส ที่ประทับของพระศิวะ

เรื่องราวของเทพเจ้าฮินดู ตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่แปลก เพระองค์เทพแต่ละองค์จะมีที่ประทับอยู่ที่ต่างๆ กัน อาทิ ท้าวจตุโลกบาล ประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา โดยมีภูเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลางของจักรวาล มีทะเลสีทันดรล้อมรอบอยู่ ในระหว่างเขาคือภูเขาทั้งเจ็ดลูก

ในความเชื่อของศาสนาพราหมณ์นั้นสวรรค์ที่สำคัญมีอยู่ด้วยกัน 4 แห่งได้แก่
1. ยอดเขาพระสุเมรุ เป็นที่สถิตของพระอินทร์ เป็นภูเขาทองคำแท้ทั้งภูเขา
2. ยอดเขาไกรลาส พระศิวะและพระแม่อุมาเทวีประทับอยู่ มีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่าผาเผือก เพราะมีสีขาวดั่งเงินยวง
3. พรหมโลก เป็นที่สถิตของพระพรหม และ พระแม่สุรัสวดี ซึ่งมีถึง 16 ชั้น ในวรรณคดีส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล่าวถึงลักษณะของพรหมโลกมากนัก
4. ไวกูณฐ์ หรือ ทะเลน้ำนม อยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์ทั้ง 3 แห่งข้างต้น เป็นที่สถิตของพระวิษณุและพระแม่ลักษมี ซึ่งประทับหลับสนิทบนหลังของพระยาอนันตนาคราช และ บริเวณสะดือทะเล

สำหรับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะนี้ บางที่ก็กล่าวว่า เป็นที่อยู่ของท้าวกุเวร ตั้งอยู่บนภูเขาหิมาลัยซึ่งเป็นยอดสูงสุดในตอนใต้ของทะเลสาบมานัส ที่ชาวฮินดูนับถือกันมาก เพราะถือกันว่าเป็นที่สถิตแห่งองค์เทพและประชาบดี หรือ พระฤาษีสำคัญๆ Read more »

พระพิฆเนศในคติพระพุทธศาสนา

นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศ จะปรากฏหลักฐานในศาสนาพราหมณ์ฮินดูแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศยังปรากฏในคติพระพุทธศาสนาด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธศาสนามหายาน ได้ยอมรับนับถือพระพิฆเนศว่าเป็นสิทธิธาดา ซึ่งหมายถึงผู้ประทานความสำเร็จอีกด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่า มีบทสวดเรียกว่า คณปติหฤทัย

รวมทั้งยังได้พบรูปเคารพของพระพิฆเนศในประติมากรรมทางพระพุทธศาสนาสมัยราชวงศ์คุปตะตอนปลาย เช่น ในภาพพระพุทธเจ้าปรินิพพานที่สารนาถมีภาพพระพิฆเนศทรงหนูอยู่ร่วมกับเทพองค์อื่นในเวลาต่อมาจึงมีภาพพระพิฆเนศในรูปของเทพเจ้าในพระพุทธศาสนามหายาน มีชื่อว่าวินายกะ และเป็นปีศาจในศาสนาฮินดู ชื่อวินายกะเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศในลักษณะของรูปเคารพต่างๆ ได้แก่
1. พระพิฆเนศกับเทพีปรรณศพรี เป็นรูปเทพีเเหยียบพระพิฆเนศ
2. พระพิฆเนศกับเทพีอปราชิตา เป็นรูปเทพีอปราชิตา ยืนอยู่บนพระพิฆเนศ โดยพระพิฆเนศอยู่ในท่านอนพระบาทขวาถูกเหยียบโดยพระบาทซ้ายของเทพี
3. วิฆนานตกะ เป็นรูปวิฆนานตกะเหยียบพระพิฆเนศ
4. คณปติหฤทัย เป็นเทพี มีเศียรเป็นช้าง ในพระพุทธศาสนานิกายตันตระถือเป็นศักติ (พระชายา) ของคณปติ (พระพิฆเนศ)
5. คณปติ เป็นเทพในพระพุทธศาสนา ในคัมภีร์สาธนมาลา กล่าวว่า คณปติ มีผิวกายสีแดง มี 2 พระกร มีหนูเป็นพาหนะ

นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศ ถูกเทพมหากาลเหยียบ และ ภาพพระโพธิสัตว์มัญชุศรีเหยียบ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนามีชัยชนะเหนือศาสนาฮินดู Read more »

องค์พระพิฆเณศวรในสังคมไทยปัจจุบัน

หลังจากรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สังคมไทยได้ให้ความสำคัญและมีการนับถือพระพิฆเนศในฐานะของเทพแห่งความสำเร็จ และ เทพแห่งศิลปวิทยาการ ตามคติของอินเดียมากขึ้น จากเดิมที่มีความสำคัญเฉพาะในด้านพิธีกรรมและด้านช้าง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดังที่ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ได้มีการสร้างประติมากรรมรูปเคารพของพระพิฆเณศวรขึ้นหลายแห่ง โดยสืบทอดคติการบูชาในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการเป็นหลัก โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมศิลปากร เช่น รูปปูนปั้นที่หน้าบันอาคารวิทยาลัยช่างศิลป์ รูปปูนปั้นผนังด้านหน้าของอาคารวิทยาลัยนาฏศิลป์ ร่วมทั้ง รูปปูนปั้นลอยตัวที่ประดิษฐานอยู่ทางทิศใต้ของโบสถ์วัดพระแก้ววังหน้า เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการสร้างประติมากรรมรูปพระพิฆเณศวร ในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการ ในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิทยาการและศิลปะด้วย เช่น พระพิฆเนศที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พระพิฆเณศวรที่กองดุริยางค์ทหารบก

การบูชาพระพิฆเณศวรยังปรากฏในฐานะอื่นด้วย เช่น ถือว่าพระพิฆเณศวรเป็นหัวหน้าคณะบริวารของพระศิวะ จึงมีการสร้างประติมากรรมพระพิฆเนศที่ กองพลที่ 1 ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ Read more »

ตำนานกำเนิดพระพิฆเณศวร จาก คัมภีร์สกันทปุราณะ

ในคัมภีร์อินเดียโบราณ กล่าวถึงเรื่องราวการถือกำเนิดของพระพิฆเณศวรว่า พระแม่อุมาเทวีหรือพระนางปารวตี ทรงขัดถูพระวรกาย และทรงปั้นชายหนุ่มรูปงามจากเครื่องประทินผิวที่ออกมาจากพระวรกายนั้น พระนางได้ทรงชุบชีวิตให้แก่รูปปั้นเป็นหนุ่มรูปงาม เด็กหนุ่มผู้นั้นลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า จะให้หม่อมฉันทำสิ่งใด ขอพระองค์ได้โปรดบัญชา

พระแม่อุมาเทวีจึงตรัสว่า ในขณะที่พระนางกำลังสรงน้ำ อย่าให้ใครล่วงล้ำเข้ามาได้เด็ดขาด จากนั้นเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ไปยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู

ขณะนั้น พระศิวะเสด็จมา และต้องการเข้าไปข้างในที่พระนางอุมาเทวีกำลังสรงน้ เด็กหนุ่มจึงเข้าขัดขวาง จนเกิดการต่อสู้กัน เด็กหนุ่มใช้ไม้กระบองตีที่หน้าผากของพระศิวะ พระศิวะโกรธจัด จึงใช้ตรีศูลตัดศีรษะเด็กหนุ่มสิ้นชีวิต Read more »

ตำนานกำเนิดพระพิฆเนศ จากคัมภีร์ลิงคปุราณะ

ในสมัยหนึ่ง เหล่าอสูรพากันบูชาอ้อนวอนขอพรพระศิวะ เมื่อได้รับพรแล้ว อสูรเหล่านั้นก็พากันก่อความเดือดร้อนไปทั่ว เทวดาทั้งหลายจึงพากันไปขอพรจากพระศิวะว่า ขอให้ทรงสร้างอุปสรรคเพื่อไม่ให้อสูรสามารถทำพิธีบูชาอ้อนวอนพระองค์ได้สำเร็จ

พระศิวะรับคำขอของเหล่าเทวดา จึงเสด็จเข้าไปในครรภ์ของพระแม่อุมาเทวี และถือกำเนิดเป็น พระพิฆเณศวร เทวดาทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญพระพิฆเนศ ผู้มีพระพักตร์เป็นช้าง จากนั้นพระพิฆเนศก็ทรงเต้นรำ

พระศิวะอุ้มพระพิฆเนศขึ้นแล้วสั่งให้พระพิฆเนศทรงสร้างอุปสรรคขัดขวางผู้ที่ประกอบพิธีกรรมโดยไม่ให้ทักษิณา (ค่าทำบุญ) แก่พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีบวงสรวง รวมทั้งยังตรัสว่า ให้คุ้มครองทั้งคนหนุ่มและคนแก่ที่บูชาพระพิฆเณศวร และให้พรว่า ถ้าใครจะทำพิธีไหว้ พระศิวะ พระนารายณ์ และ พระพรหม ต้องบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ Read more »

ตำนานพระพิฆเนศเสียงา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ พระพิฆเนศ มีชื่อว่า เอกทันตะ แปลว่าผู้มีงาเดียว นั้น ปรากฏในคัมภีร์ปุราณะซึ่งกล่าวว่า

เดิมพระพิฆเนศมี 2 งา แต่ครั้งหนึ่ง ปรศุราม ซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของ พระวิษณุ (พระนารายณ์) ขึ้นไปเฝ้า พระศิวะ ที่เขาไกรลาส เวลานั้นพระศิวะบรรทมอยู่ พระพิฆเนศจึงห้ามมิให้ปรศุรามเข้าไป

ปรศุราม ซึ่งถือว่าตนเป็นคนโปรดของพระศิวะ จะเข้าไปให้ได้ จึงเกิดการวิวาทกันขึ้นกับพระพิฆเนศ ถึงขั้นรบกัน

พระพิฆเนศใช้งวงจับปรศุรามหมุนขว้างไป จนปรศุรามสลบ เมื่อปรศุรามปืนขึ้นมาจึงจับขวานซึ่งพระศิวะประทานให้ขว้างไปที่พระพิฆเณศวร พระพิฆเนศเห็นขวานก็จำได้ว่าเป็นขวานของพระศิวะประทานให้ จึงไม่ยอมต่อสู้เนื่องจากเป็นศาสตราวุธของพระบิดา แต่ก็ได้ก้มลงรับขวานด้วยงาข้างหนึ่ง งานั้นจึงหักไป Read more »

ตำนานพระพิฆเณศวร ในปัทมะปุราณะ

ตำนานพระพิฆเนศในคัมภีร์ปัทมะปุราณะ

เป็นการกล่าวถึงถึงที่มาทำให้พระพิฆเณศวรได้รับพรจากพระศิวะและพระนางปารวตี (พระแม่อุมาเทวี) ให้ได้รับการบูชาก่อนเทพองค์อื่นๆ ดังที่ปรากฏในคัมภีร์ดังต่อไปนี้

สัญชัยฤาษีได้ถามฤาษีวยาสว่า เทพองค์ใดควรได้รับการบูชาก่อนเทพองค์อื่น ฤาษีวยาสกล่าวว่า คนที่ควรการบูชาก่อนเทพองค์ คือ พระพิฆเนศวร เนื่องด้วยพระองค์เป็นผู้ทรงขจัดอุปสรรค สมัยหนึ่งเทวดาได้นำขนมโมทกะ มาถวายพระแม่อุมาเทวี ขนมนี้ใครกินแล้วจะเป็นผู้ที่มีปัญญารอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง พระแม่อุมาเทวีต้องการประทานขนมนี้แก่บุตรของพระองค์ องค์ใดองค์หนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีความเฉลียวฉลาดรอบรู้อย่างแท้จริง จึงให้มีการพิสูจน์ความสามารถแข่งขันกันระหว่างพระขันทกุมารและพระพิฆเณศวร์

พระขันทกุมารจึงขี่นกยูงเดินทางไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่มีในโลก ส่วนพระพิฆเนศวร์ ได้เดินวนรอบ ประทักษิณาแก่พระศิวะพระแม่อุมาเทวี แล้วมายืนอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ของพระบิดาและพระมารดา Read more »

ประวัติพญาครุฑ อานุภาพขององค์พญาครุฑ

พญาครุฑ ใหญ่ดั้งภูผา เป็นหนึ่งในท้องนภา

จากเรื่องราวตามตำราและคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู เปรีนบเทียบกันแล้ว สามารถแบ่งพญาครุฑออกได้เป็น 5 ประเภทหลัก คือ

1. มีร่างกายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่มีปีกอยู่ด้านหลัง
2. มีร่างกายเป็นคนธรรมดา แต่มีศีรษะเป็นนก
3. มีร่างกายเป็นคนธรรมดา แต่มีศรีษะและขาเป็นนก
4. มีร่างกายเป็นนก แต่มีหัวเป็นมนุษย์
5. มีร่างกายเหมือนกับนกทุกประการ

ในมหากาพย์มหาภารตะ และ มหากายพ์รามายณะ ได้กล่าวถึงรูปร่างของพญาครุฑไว้อย่างชัดเจนว่า พญาครุฑมีขน ปีก และจะงอยปากเหมือนนกทั่วไป อวัยวะทุกส่วนมีพลานุภาพมากกว่านกธรรมดาหลายเท่านัก Read more »

ตำนานพญาครุฑ องค์พญาครุฑ

ความเชื่อที่ว่า สิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้ามาจากสวรรค์สิ่งที่วิเศษและมีอำนาจอิทธิฤทธิ์เหนือคนเดินดิน สอดแทรกอยู่ในทุกสังคมมนุษย์ มาตั้งแต่โบราณกาล มนุษย์ต้องการมีปีกบินได้ดั่งนก ใครก็ตามที่สามารถบินได้ผู้นั้นคือผู้วิเศษ สมควรแก่การเคารพบูชา เปรียบเสมือนสิ่งที่มาจากสรวงสวรรค์

ในความเป็นจริง ไม่มีทางเลยที่มนุษย์จะบินไปในอากาศได้ดังใจด้วยตัวของตัวเอง จึงไม่แปลกที่มนุษย์จะยกย่องสิ่งที่ตนทำไม่ได้อย่างเช่นการบินของนก มาเปรียบเทียบความสูงส่งและมีอิทธิพลเหนือทุกชีวิตบนพื้นดิน ทั้งช่วยปกป้องคุ้มครองสิ่งไม่ดีที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ ผู้คนสมัยโบราณในแถบชมพูทวีป นิยมบูชากราบไหว้พญาครุฑพญาแห่งนกที่เชื่อกันว่าสามารถป้องกันงูอสรพิษร้ายที่มีชุกชุมให้ห่างไกล เพราะธรรมชาติของงูย่อมกลัวนกเป็นธรรมดา และหากค้นคว้าตำนานของชนชาติต่างๆ แล้ว ก็จะพบความเชื่อเกี่ยวกับพญานกที่คล้ายคลึงกับความเชื่อของพญาครุฑของไทย ต่างกันตรงที่รูปลักษณ์ของพญาครุฑที่แตกต่างกันไป

พญาครุฑ ตำนานพญาครุฑ มหาอำนาจ มหาบารมี

พญาครุฑ สัตว์ป่าหิมพานต์เป็นใหญ่เหนือนกทุกเผ่าพันธุ์ในโลก และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งองค์พระมหากษัตริย์ตามความเชื่อในระบอบการปกครองที่ไทยเต็มใจรับมาจากอินเดีย

คุณสมบัติโดดเด่นที่พญาครุฑได้รับการยกย่องให้เป็นพญาแห่งวิหคทั้งหลาย 1. พละกำลังอันมหาศาล มีกำลังวังชาได้ไม่มีวันหมด แม้แต่องค์พระนารายณ์ยังต้องขอผูกมิตร 2.มีเชาว์ปัญญาอันล้ำเลิศ 3. มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีอย่างสูงส่ง

ภาพอันทรงฤทธิ์และมีคุณธรรมเป็นเลิศของพญาครุฑ ส่วนใหญ่มาจากความเชื่อของชาวฮินดู ซึ่งเชื่อว่าพญาครุฑเป็นสัตว์ที่เก่งฉกาจ ฉลาดแก้ปัญหา และมีกำลังมหาศาล ยากที่จะหาใครมาต่อกรได้ Read more »

. . . . . . . . .