Archive for the ‘พระวิษณุ องค์พระนารายณ์ พระวิษณุอวตาร นารายณ์สิบปาง’ Category

พระแม่ลักษมีในฐานะต้นกำเนิดพระแม่โพสพ

นอกจากจะเชื่อกันว่า พระแม่ลักษมีสามารถดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ธัญญาหารแก่ผู้ที่บูชาได้แล้ว ชาวอินเดียโบราณยังเชื่อกันว่ ามีพระแม่ลักษมีปางหนึ่งที่อวตารลงมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ปางนั้นก็คือปางธัญญลักษมี พระลักษมีมหาเทวีจะทรงอาภรณ์สีเขียวมี 4-6 พระกร พระหัตถ์อย่างน้อย 2 ข้างจะทรงรวงข้าวและธัญพืช ส่วนที่เหลืออาจแสดงปางประทานพรหรือปางประทานอภัยทาน

นิทานปรัมปราของอินเดีย กล่าวถึงที่มาของพระแม่ลักษมีปางนี้ว่า ครั้งหนึ่งโลกประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง แผ่นดินขาดช่วง พื้นดินแห้งแล้งแตกระแหง แสงอาทิตย์ก็ร้อนแรงจนผู้คนอยู่ไม่ได้ แหล่งน้ำแห้งขอดลงเรื่อยๆ พืชพันธุ์ธัญญาหารทยอยยืนต้นตายทีละต้นในที่สุดชาวบ้านทนความเดือดร้อนไม่ไหว จึงร่วมกันสวดบูชาวิงวอนพระวิษณุขอให้ช่วยเหลือ ทว่าในเวลานั้นพระวิษณุบรรทมหลับอยู่ จึงไม่ได้ยินเสียงวิงวอนของผู้คนในโลก มีแต่พระแม่ลักษมีเท่านั้นที่ได้ยินเสียงบทสวดวิงวอน พระแม่ลักษมีเทวีจึงแบ่งภาคลงมาช่วยเหลือมนุษย์โลก ด้วยการนำพระมหาสังข์ใส่น้ำ โปรยปรายเป็นฝน และเนรมิตข้าวในนา และพืชพันธุ์ธัญญาหารให้กลับมาเจริญงอกงามอีกครั้ง เป็นที่ปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยาก Read more »

พระแม่ลักษมีเมื่อปรากฏร่วมกับพระวิษณุ

10471100_477070982448015_40716819154789615_n

เมื่อพระแม่ลักษมีได้รับยกย่องให้เป็น “ศักติ” และชายาของพระวิษณุ ก็เริ่มมีการทำประติมากรรมพระแม่ลักษมีคู่กับพระวิษณุมากขึ้น มีทั้งอยู่ในอิริยาบถทรงยืนเคียงข้างกัน ทรงยืนโอบกอดประทับเคียงข้างกัน ประทับโอบกอด และ พระอิริยาบถบรรทม

ลักษณะทั่วไป : เป็นหญิงสาวรูปงาม ดวงตาเหมือนกลีบดอกบัว สะโพกผาย มีสิริโฉมงดงาม พระวรกายอยู่ในวรรณะขาวหรือทอง มี 2 กรเสมอ แต่งองค์อย่างนางกษัตริย์ สวมสร้อยสังวาลย์ กุณฑลและธำมรงค์

ปางที่รู้จักและน่าสนใจ : “นารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ พระวิษณุอนันตศายินปัทมนาภะ” เป็นตอนที่พระวิษณุทรงบรรทมในท่ามกลางเกษียรสมุทร โดยมีพญาอนันตนาคราชทำหน้าที่รองรับพระวรกาย ครั้งนั้นเป็นการบรรทมหลับระหว่างภายหลังจากการทำลายโลกด้วยอำนาจแห่งพระศิวะมหาเทพ ทุกสรรพสิ่งถูกทำลายล้าง พื้นดินจมอยู่ใต้มหาสมุทร Read more »

ลักษณะของพระแม่ลักษมี

พระแม่รัศมี พระแม่ลักษมีเทวี

จากบรรดาพระนามมากมาย ที่สื่อถึงการกำเนิด บุคลิกลักษณะ และ บทบาทหน้าที่ ที่มีมากมาย คงทำให้เริ่มอยากรู้ว่าพระแม่ลักษมีมีรูปลักษณ์อย่างไรกัน เหมือนหรือต่างจากพระแม่อุมาเทวีไหม

คัมภีร์อินเดียโบราณจำนวนไม่น้อย มีการพรรณนาถึงลักษณะ หรือ ประติมานวิทยาของพระแม่ลักษมีไว้อย่างละเอียด บางครั้งก็กล่าวต้องตรงกันแต่บางคัมภีร์ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันออกไป

ผู้หญิง-ช้าง-ดอกบัว “พระลักษมีในยุคพระเวท”
ในยุคแรกนิยมสร้างพระเทวีที่มีความสัมพันธ์กับดอกบัวและช้าง โดยมีชื่อเรียกมากถึง 4 ชื่อด้วยกันได้แก่ พระศรีลักษมี อภิเษกลักษมี อภิเษกศรี และ คชลักษมี ทั้ง 4 ชื่อนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะโดยทั่วไปเป็นหญิงสาว ผู้มีทรวดทรงองค์เอว สะโพกได้สัดส่วนชัดเจน ทรงเครื่องอย่างนางกษัตริย์ นั่งบนดอกบัว มือทั้งสองข้างถือดอกบัวตูมในความสูงระดับใบหูหรือหน้าอก Read more »

พระแม่ลักษมีและเทวีอโฟไดติ ความเหมือนและความต่าง

lakshmi-deviScreenShot489

ไม่เพียงความคล้ายคลึงกันในสถานที่กำเนิด พระแม่ลักษมีและเทวีอโฟไดตินั้น ยังได้ชื่อว่าเป็นเทวีแห่งความรักความงามและความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกันอีกด้วย

ความรักของพระแม่ลักษมีนั้นมีอยู่ 2 ประการ
ประการแรก คือ ความรักความภักดีต่อพระวิษณุหรือพระนารายณ์ อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และประการที่สอง ความรักความเมตตาและกรุณาต่อทวยเทพ มนุษย์ และ สัตว์ สรรพชีวิตอย่างไม่มีประมาณ Read more »

พระแม่ลักษมี เทวีแห่งความงามและความรัก

lakshmi-goddess-of-wealth-QM19_l

ความงามตามอุดมคติ เป็นคุณลักษณะที่มนุษย์ทุกคนถวิลหา กระนั้นมนุษย์เราก็เข้าใจตรงกันว่า แม้จะหาความงามเช่นนั้นจนสิ้นแผ่นดินโลก ก็ไม่มีทางพบได้ นี่เป็นที่มาที่ทำให้มนุษย์ทั่วทุกมุมโลกนับถือความงาม ดังจะเห็นว่าในทุกวัฒนธรรมและความเชื่อ ล้วนมีเทวีแห่งความงามที่งามเลิศและแสนดี ไว้บูชากราบไหว้ เพราะเชื่อว่าพระนางจะอวยชัยให้พร ดลบันดาลให้ตนสมปรารถนาได้

ฝั่งตะวันตกก็มีเทพีอโฟรไดท์ตี ส่วนฝั่งตะวันออก พระแม่ลักษมีก็คือที่สุดของพระเทวีแห่งความงาม พระลักษมีได้รับการยกย่องว่าเป็นเทวีที่มีสิริโฉมงดงามเป็นเลิศที่สุดในสามโลก ทั้งยังเป็นเทวีที่ทรงคุณด้านความกรุณาปราณีประดุจมารดามีต่อบุตร เป็นเทวีที่ประทานความมั่งคั่งร่ำรวยและจงรักภักดีในความรักที่มีต่อองค์พระวิษณุมหาเทพ Read more »

องค์พระนารายณ์ หรือ องค์พระวิษณุ

image

พระนารายณ์หรือพระวิษณุ เป็นเทพเจ้า 1 ใน 3 แห่งพระตรีมูรติ เป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 อันได้แก่ พระพรหม พระนารายณ์ และพระอิศวรพระนารายณ์ถือเป็นพระผู้สงวนปกป้องรักษาโลก เมื่อเกิดเหตุเภทภัยต่างๆพระนารายณ์จะอวตารลงมาปราบทุกข์เข็ญเสมอ เมื่อพราหมณ์แบ่งแยกเป็นนิกายต่างๆมากขึ้น แต่ละนิกายก็เลือกนับถือและยกย่องพระเจ้าของตน เช่นพวกที่นับถือพระวิษณุก็ได้พยายามนำเอาปาฏิหาริย์ของเทพเจ้าองค์อื่น มายกให้กับพระวิษณุหรือพระนารายณ์จนหมด แม้แต่การสร้างโลกซึ่งแต่เดิมเป็นของพระพรหมก็นำมายกให้พระนารายณ์ ถึงกับมีตำนานว่าพระนารายณ์แบ่งภาคเป็นพระพรหมเพื่อสร้างโลกขึ้นหรือเท่ากับพระนารายณ์เป็นผู้สร้างโลกนั้นเอง ในหนังสือเทพเจ้าและสิ่งน่ารู้พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้กล่าวไว้ว่า พระนารายณ์เป็นที่นับถือแห่งชนในมัธยมประเทศเป็นอันมาก ได้มีพยานปรากฏอยู่คือ เทวสถานอันเป็นที่บูชาพระนารายณ์นั้นมีอยู่มากกว่าของพระเป็นเจ้าอื่น
Read more »

องค์พระศิวะมหาเทพ ตำนานองค์พระศิวะ

หากจะให้จัดลำดับความสำคัญของบรรดามหาเทพอันเป็นที่เคารพรักของประชาชนชาวไทย และอีกหลายส่วนบนโลกนี้แล้ว พระนามของพระศิวะ หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าพระอิศวร จะปรากฏขึ้นในลำดับต้นๆ เสมอ

ความสำคัญของพระศิวะนั้น นอกจากจะทรงเป็นมหาเทพผู้เป็นใหญ่ในจักรวาลแล้ว ในด้านการกำเนิดมหาเทพองค์นี้ยังเกี่ยวเนื่องกับเทพองค์สำคัญองค์อื่น ไม่ว่าจะเป็นพระพิฆเนศ เทพผู้ประสาทความสำเร็จในด้านศิลปะแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นโอรสของพระศิวะ พระแม่อุมาเทวี พระชายาของพระศิวะ หรือแม้กระทั่ง องค์พระตรีมูรติ 3 มหาเทพสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์ฮินดู ก็เป็นหนึ่งในอวตารของพระศิวะ ที่ร่วมกับพระพรหม และ พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์

อิทธิปาฏิหาริย์ของพระศิวะนั้น พระองค์ทรงเป็นเทพที่ประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นทำความดีและยึดมั่นในศีลธรรมอย่างสม่ำเสมอ ผู้ใดประพฤติตัวเพื่ออุทิศถวายแก่พระองค์แล้ว ปรารถนาสิ่งวิเศษใดๆ พระองค์ก็มักประทานพรที่ต้องการให้ Read more »

ตำนานกำเนิดพระพิฆเนศ จากคัมภีร์ลิงคปุราณะ

ในสมัยหนึ่ง เหล่าอสูรพากันบูชาอ้อนวอนขอพรพระศิวะ เมื่อได้รับพรแล้ว อสูรเหล่านั้นก็พากันก่อความเดือดร้อนไปทั่ว เทวดาทั้งหลายจึงพากันไปขอพรจากพระศิวะว่า ขอให้ทรงสร้างอุปสรรคเพื่อไม่ให้อสูรสามารถทำพิธีบูชาอ้อนวอนพระองค์ได้สำเร็จ

พระศิวะรับคำขอของเหล่าเทวดา จึงเสด็จเข้าไปในครรภ์ของพระแม่อุมาเทวี และถือกำเนิดเป็น พระพิฆเณศวร เทวดาทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญพระพิฆเนศ ผู้มีพระพักตร์เป็นช้าง จากนั้นพระพิฆเนศก็ทรงเต้นรำ

พระศิวะอุ้มพระพิฆเนศขึ้นแล้วสั่งให้พระพิฆเนศทรงสร้างอุปสรรคขัดขวางผู้ที่ประกอบพิธีกรรมโดยไม่ให้ทักษิณา (ค่าทำบุญ) แก่พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีบวงสรวง รวมทั้งยังตรัสว่า ให้คุ้มครองทั้งคนหนุ่มและคนแก่ที่บูชาพระพิฆเณศวร และให้พรว่า ถ้าใครจะทำพิธีไหว้ พระศิวะ พระนารายณ์ และ พระพรหม ต้องบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ Read more »

ตำนานพระพิฆเนศเสียงา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ พระพิฆเนศ มีชื่อว่า เอกทันตะ แปลว่าผู้มีงาเดียว นั้น ปรากฏในคัมภีร์ปุราณะซึ่งกล่าวว่า

เดิมพระพิฆเนศมี 2 งา แต่ครั้งหนึ่ง ปรศุราม ซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของ พระวิษณุ (พระนารายณ์) ขึ้นไปเฝ้า พระศิวะ ที่เขาไกรลาส เวลานั้นพระศิวะบรรทมอยู่ พระพิฆเนศจึงห้ามมิให้ปรศุรามเข้าไป

ปรศุราม ซึ่งถือว่าตนเป็นคนโปรดของพระศิวะ จะเข้าไปให้ได้ จึงเกิดการวิวาทกันขึ้นกับพระพิฆเนศ ถึงขั้นรบกัน

พระพิฆเนศใช้งวงจับปรศุรามหมุนขว้างไป จนปรศุรามสลบ เมื่อปรศุรามปืนขึ้นมาจึงจับขวานซึ่งพระศิวะประทานให้ขว้างไปที่พระพิฆเณศวร พระพิฆเนศเห็นขวานก็จำได้ว่าเป็นขวานของพระศิวะประทานให้ จึงไม่ยอมต่อสู้เนื่องจากเป็นศาสตราวุธของพระบิดา แต่ก็ได้ก้มลงรับขวานด้วยงาข้างหนึ่ง งานั้นจึงหักไป Read more »

พญาครุฑ ตำนานพญาครุฑ มหาอำนาจ มหาบารมี

พญาครุฑ สัตว์ป่าหิมพานต์เป็นใหญ่เหนือนกทุกเผ่าพันธุ์ในโลก และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งองค์พระมหากษัตริย์ตามความเชื่อในระบอบการปกครองที่ไทยเต็มใจรับมาจากอินเดีย

คุณสมบัติโดดเด่นที่พญาครุฑได้รับการยกย่องให้เป็นพญาแห่งวิหคทั้งหลาย 1. พละกำลังอันมหาศาล มีกำลังวังชาได้ไม่มีวันหมด แม้แต่องค์พระนารายณ์ยังต้องขอผูกมิตร 2.มีเชาว์ปัญญาอันล้ำเลิศ 3. มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีอย่างสูงส่ง

ภาพอันทรงฤทธิ์และมีคุณธรรมเป็นเลิศของพญาครุฑ ส่วนใหญ่มาจากความเชื่อของชาวฮินดู ซึ่งเชื่อว่าพญาครุฑเป็นสัตว์ที่เก่งฉกาจ ฉลาดแก้ปัญหา และมีกำลังมหาศาล ยากที่จะหาใครมาต่อกรได้ Read more »

องค์พระศิวะ ความเกี่ยวข้องกับไทยและพุทธศาสนา

image

พระศิวะหรือพระอิศวรในประเทศไทย

ศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั้นได้เข้ามาอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมาช้านานกว่า 5 พันปี แต่มารวมกันในศาสนาพุทธนิกายมหายานและมนตรยานนานราว 2500 ปี
จะเห็นโบราณวัตถุในดินแดนนี้ไม่ว่าจะเป็นประสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมายหรืออาณาจักรนครวัดในประเทศกัมพูชาซึ่งเดิมทีเป็นของประเทศไทย มีรูปจำหลักหรือเทวรูปพระอิศวรพระนารายณ์มากมาย

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของคำว่า อวโลกิเตศวรนั้นมาจากรากฐานคำว่าอิศวรหรือพระศิวะ Read more »

พระศิวะ เหตุที่พระศิวะมีพระศอ (คอ) เป็นสีดำ

image

เหตุที่พระศอของพระศิวะเป็นสีดำ
ครั้งหนึ่งพระวิษณุดำรัสให้มีการกวนเกษียรสมุทรขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำอัมฤตให้เหล่าเทวดา โดยมีพระศิวะเป็นประธาน เอาเขาพระสุเมรุเป็นไม้กวนทะเลน้ำนม  โดยมีพระวิษณุแปลงเป็นเต่าลงไปยันไม้คน  เพื่อไม่ให้โลกถูกทำลาย โดยมีพญานาควาสุกรีเป็นเชือกพันเขาพระสุเมรุไว้
Read more »

การกำเนิดองค์พระพิฆเนศ โดยพระศิวะและพระแม่อุมาเทวี

กาลครั้งหนึ่งพระศิวะและพระมเหสีปารวตี ทรงร่วมรักกัน พลังอำนาจอันมากมายมหาศาลที่เกิดจากการหลอมรวมของมหาเทพทั้งสองพลันแผ่กระจายและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามโลก

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่น ในขณะที่เทพทั้งหลายต่างก็ตระหนักดีว่า เด็กที่เกิดจากความรักเช่นนั้นจะได้รับพลังการหลอมรวมระหว่างพระศิวะและพระแม่อุมาเทวีอย่างแน่นอน และตระหนักดีว่าการกำเนิดเช่นนั้นสามารถบดบังอำนาจของเหล่าทวยเทพทั้งหลาย

ทวยเทพทั้งหลายจึงพยายามคิดค้นวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีก Read more »

ตามรอยปริศนาปราสาท “ขแมร์”, ปราสาทเขมร

ตามรอยปริศนาปราสาท

ไม่ใช่แค่ฉัน แต่รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าแห่งศิลานั้น มีอานุภาพมากพอที่จะทำให้ทุกคนหยุดการก้าวเดิน แล้วหันมาพิจารณา

พร้อมกับร่วมค้นหาความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในรอยยิ้มอมตะอย่างตั้งใจ

ปริศนาแห่งรอยยิ้มที่มีอายุกว่า 800 ปี ยังไม่มีใครถอดรหัสออกมาได้ก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนสัมผัสได้ร่วมกัน นั่นคือ ความมหัศจรรย์ของมนุษย์ในอดีต ที่พยายามรังสรรค์ศิลปกรรมอันงดงามเหล่านี้ขึ้นมา แม้ว่าในยุคนั้นจะยังไม่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยใดๆ เลยก็ตาม

ซัวซะเดย ขแมร์ (สวัสดี กัมพูชา)

การกลับมาเยือนกัมพูชาอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานถึง 8 ปี ให้ความรู้สึกต่างกันลิบลับ ครั้งก่อนฉันใช้เวลาเดินทางโดยรถโดยสารจากด่านปอตเปตถึงเมืองเสียมราฐราว 6-8 ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางเท่ากัน คือ 159 กิโลเมตร แต่เพราะถนนหนทางถูกปรับปรุงใหม่ กลายเป็นถนนลาดยางแสนสบาย ทำให้ครั้งนี้ใช้เวลาเดินทางอยู่ที่ 2 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น Read more »

วิรูปักษา และ อเนกอนดิ ของดีที่ซ่อนอยู่ : ท่องเที่ยวอินเดีย

ฉันเริ่มต้นค้นหา อเนกอนดิ ด้วยการไปดูเขาอาบน้ำกันค่ะ ที่ริมแม่น้ำตังกาบัด แต่เช้าตรู่ชาวบ้านออกมาอาบน้ำ ซักผ้ากันแน่นตลิ่ง

แม่น้ำกับชาวอินเดียเป็นวิถีที่คู่กันมาแต่ไหนแต่ไรเฉกเช่นชาวเอเชียในหลายพื้นที่ ขยะริมแม่น้ำเป็นสิ่งนอกเหนือสายตาไปเลยค่ะ หลังจากเมียงมองอยู่ครู่ใหญ่ ฉันไปรอคิวเรือข้ามฟากไปอเนกอนดิ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเมืองฮัมปิ จ่ายคนละ 15 บาทเป็นเรือยนต์ นั่งไป 5 นาทีก็ถึง  ฝั่งอเนกอนดิมีที่พักนักท่องเที่ยวเยอะ และเป็นแหล่งชุมนุมของนักเดินทางจากอิสราเอล ภูมิประเทศที่สวยแปลกตาด้วยเทือกเขาหินแกรนิต ตั้งหมิ่นเหม่ เหมือนให้ลุ้นว่าจะกลิ้งหล่นมิหล่นแหล่เมื่อไร

หากใครต้องการความสวยสงบลองข้ามฟากมาพักฝั่งอเนกอนดิก็แนะนำนะคะ หากมาหน้านา จะเห็นนาข้าวเขียว หรือเหลืองทองเต็มไปหมด

ฉันเดินเลาะไปเรื่อยประมาณ 6 กิโลเมตร เพื่อไปดักขึ้นรถประจำทางไป วัดหนุมาน วัดบนยอดเขาสูงสุด แต่ฉันไม่ได้ขึ้นหรอกนะคะ ได้แต่ส่งตัวแทนขึ้นไปชมวิว ส่วนฉันขอนั่งกินชาร้อนใส่นม และสนทนากับหนุ่มน้อยเจ้าของร้านอยู่ตีนเขาแทน ร้านเป็นเพิงเล็กๆ แต่เจ้าหนุ่มนาคราชวัยเพียง 14 ขวบ จัดการบริหารด้วยตัวเอง เขาชอบให้คนแปลกหน้าเรียกตัวเขาว่า ‘คอบร้า’ และเรียกตัวเองอย่างภาคภูมิว่า เป็นนักธุรกิจ และอนาคตก็อยากจะทำร้านต่อโดยอาจเพิ่มขายอาหาร นอกเหนือจากของขบเคี้ยว และเครื่องดื่มที่มีเพียงชาใส่นม และผู้เป็นพ่อเป็นผู้ชงให้ได้ทีละแก้วจากเตาที่ใช้ฟืน Read more »

. . . . . . . . .