Archive for the ‘ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาฮินดู’ Category

วิธีปฏิบัติบูชาพระพิฆเนศ ในช่วงเทศกาลคเณศจตุรถี ปี พ.ศ.2559

วันประสูติพระพิฆเนศ Read more »

พระแม่โพสพ การไหว้พระแม่โพสพ การบูชาพระแม่โพสพ ตำนานพระแม่โพสพ

พระแม่โพสพ เทพธิดาแห่งข้าว
บทความโดย กิตติ วัฒนะมหาตม์

พระแม่โพสพ ในทางเทววิทยาจัดว่าเป็นผีชั้นสูง เป็นสตรีงดงาม แต่งกายด้วยผ้าผ่อนแพรพรรณสมัยโบราณ ห่มสไบเฉียง นุ่งผ้าจีบชายกรอมลงมาถึงปลายหน้าแข้ง ทรงเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ตระการตา ไว้ผมยาวสลวยประบ่า มีกระจังกรอบหน้า และกรรเจียกจอนชดช้อย

ประติมานวิทยาของพระแม่โพสพ คือประทับนั่งพับเพียบเรียบร้อยอย่างกุลสตรีไทยโบราณ มือข้างหนึ่งถือรวงข้าว ส่วนอีกข้างถือถุงโภคทรัพย์เต็มถุง โดยปกติประทับนั่งบนแท่น หากเสด็จไปที่ใด ก็ทรงมีพาหนะเป็นปลากรายทองและปลาสำเภา

บางตำนานเล่าว่า แต่เดิมท่านเป็นเทพธิดาครับ เมื่อหมดบุญในสวรรค์แล้วจึงลงมาเกิดเป็นข้าวด้วยสงสารที่มนุษย์มีชีวิตอยู่อย่างอดอยาก โดยได้รับความช่วยเหลือจากพระฤาษีในป่าหิมพานต์ให้ได้เป็นข้าวกระจายไปในที่ต่างๆ

แต่จากบทความเรื่อง ” พระแม่โพสพ เทวีแห่งข้าว” โดย สุกัญญา ภัทราชัย ในหนังสือ ข้าวกับวิถีชีวิตไทย กล่าวว่า เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระแม่โพสพมีเล่ากันทุกภาค มีความแตกต่างกันเป็น ๒ แนวครับ Read more »

พระแม่ลักษมีในฐานะต้นกำเนิดพระแม่โพสพ

นอกจากจะเชื่อกันว่า พระแม่ลักษมีสามารถดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ธัญญาหารแก่ผู้ที่บูชาได้แล้ว ชาวอินเดียโบราณยังเชื่อกันว่ ามีพระแม่ลักษมีปางหนึ่งที่อวตารลงมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ปางนั้นก็คือปางธัญญลักษมี พระลักษมีมหาเทวีจะทรงอาภรณ์สีเขียวมี 4-6 พระกร พระหัตถ์อย่างน้อย 2 ข้างจะทรงรวงข้าวและธัญพืช ส่วนที่เหลืออาจแสดงปางประทานพรหรือปางประทานอภัยทาน

นิทานปรัมปราของอินเดีย กล่าวถึงที่มาของพระแม่ลักษมีปางนี้ว่า ครั้งหนึ่งโลกประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง แผ่นดินขาดช่วง พื้นดินแห้งแล้งแตกระแหง แสงอาทิตย์ก็ร้อนแรงจนผู้คนอยู่ไม่ได้ แหล่งน้ำแห้งขอดลงเรื่อยๆ พืชพันธุ์ธัญญาหารทยอยยืนต้นตายทีละต้นในที่สุดชาวบ้านทนความเดือดร้อนไม่ไหว จึงร่วมกันสวดบูชาวิงวอนพระวิษณุขอให้ช่วยเหลือ ทว่าในเวลานั้นพระวิษณุบรรทมหลับอยู่ จึงไม่ได้ยินเสียงวิงวอนของผู้คนในโลก มีแต่พระแม่ลักษมีเท่านั้นที่ได้ยินเสียงบทสวดวิงวอน พระแม่ลักษมีเทวีจึงแบ่งภาคลงมาช่วยเหลือมนุษย์โลก ด้วยการนำพระมหาสังข์ใส่น้ำ โปรยปรายเป็นฝน และเนรมิตข้าวในนา และพืชพันธุ์ธัญญาหารให้กลับมาเจริญงอกงามอีกครั้ง เป็นที่ปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยาก Read more »

คติความเชื่อเกี่ยวกับพระแม่ลักษมี

พระแม่ลักษมี ได้รับการยกย่องตั้งแต่สมัยพระเวทเป็นต้นมา ในฐานะมหาเทวีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความอุดมสมบูรณ์ พร้อมกับความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพระแม่ที่มีมาก่อนในหมู่ชนพื้นเมือง ด้วยเหตุนี้ประชาชน เกษตรกร พ่อค้าทั้งในอินเดียและดินแดนใกล้ไกล จึงนิยมบูชาพระแม่ลักษมีเพื่อมุ่งหวังโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ของผลิตผลทางการเกษตร และการค้าขายที่ประสบความสำเร็จมีกำไร สอดคล้องกับการพบรูปคชลักษมีและพระแม่ลักษมีจำนวนมากมายตามย่านการค้า เมืองท่าสำคัญ เมืองเกษตรกรรม และชุมชนน้อยใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจี้ขนาดเล็กสำหรับพกพาติดตัวหรือรูปเคารพขนาดย่อมสำหรับตั้งบูชา หนังสือพระลักษมีเทวีผู้เปี่ยมด้วยพระสิริโฉมและความกรุณาปราณี : วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ / สำนักพิมพ์อมรินทร์

 

พระแม่ลักษมีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

พระแม่ลักษมีในเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ นักวิชาการสันนิษฐานว่า ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นชนชั้นสูง และชนชั้นปกครอง ดูจะให้ความสำคัญกับพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความชอบธรรมและความมั่นคงทางการเมือง เพราะคนไทยในสมัยนั้นมีศรัทธาต่อพุทธศาสนาเหนือสิ่งอื่นใด อย่างไรก็ดีความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ฮินดูก็ไม่ได้เลือนหายไป ที่ราชธานีแห่งใหม่ยังคงมีการสร้างเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ประกอบด้วยโบสถ์ 3 หลัง เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมของพราหมณ์ในราชสำนักมีการสร้างเสาชิงช้าขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้บ้านเมืองมีความแข็งแรง เมื่อพ.ศ. 2327

ประติมากรรมพระแม่ลักษมีที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ได้แก่ พระแม่ลักษมีซึ่งประดิษฐานภายในสถานพระนารายณ์ในเทวสถานโบสถ์พราหมณ์เสาชิงช้า รูปพระแม่ลักษมีหล่อด้วยปูนลงรักสีดำสนิท พระอิริยาบถทรงยืน ในส่วนของอริยาบทนั้น รูปพระแม่ลักษมีทรงเหยียดพระหัตถ์ขวาลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นระดับพระอุระ แล้วทรงถือดอกบัว 1 ดอก ลกษณะนี้จะพบเห็นได้เสมอในรูปเทวสตรีของศิลปะอินเดียภาคใต้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ลวะเป็นต้นมา หนังสือพระลักษมีเทวีผู้เปี่ยมด้วยพระสิริโฉมและความกรุณาปราณี : วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ / สำนักพิมพ์อมรินทร์

พระแม่ลักษมีเมื่อปรากฏร่วมกับพระวิษณุ

10471100_477070982448015_40716819154789615_n

เมื่อพระแม่ลักษมีได้รับยกย่องให้เป็น “ศักติ” และชายาของพระวิษณุ ก็เริ่มมีการทำประติมากรรมพระแม่ลักษมีคู่กับพระวิษณุมากขึ้น มีทั้งอยู่ในอิริยาบถทรงยืนเคียงข้างกัน ทรงยืนโอบกอดประทับเคียงข้างกัน ประทับโอบกอด และ พระอิริยาบถบรรทม

ลักษณะทั่วไป : เป็นหญิงสาวรูปงาม ดวงตาเหมือนกลีบดอกบัว สะโพกผาย มีสิริโฉมงดงาม พระวรกายอยู่ในวรรณะขาวหรือทอง มี 2 กรเสมอ แต่งองค์อย่างนางกษัตริย์ สวมสร้อยสังวาลย์ กุณฑลและธำมรงค์

ปางที่รู้จักและน่าสนใจ : “นารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ พระวิษณุอนันตศายินปัทมนาภะ” เป็นตอนที่พระวิษณุทรงบรรทมในท่ามกลางเกษียรสมุทร โดยมีพญาอนันตนาคราชทำหน้าที่รองรับพระวรกาย ครั้งนั้นเป็นการบรรทมหลับระหว่างภายหลังจากการทำลายโลกด้วยอำนาจแห่งพระศิวะมหาเทพ ทุกสรรพสิ่งถูกทำลายล้าง พื้นดินจมอยู่ใต้มหาสมุทร Read more »

ลักษณะของพระแม่ลักษมี

พระแม่รัศมี พระแม่ลักษมีเทวี

จากบรรดาพระนามมากมาย ที่สื่อถึงการกำเนิด บุคลิกลักษณะ และ บทบาทหน้าที่ ที่มีมากมาย คงทำให้เริ่มอยากรู้ว่าพระแม่ลักษมีมีรูปลักษณ์อย่างไรกัน เหมือนหรือต่างจากพระแม่อุมาเทวีไหม

คัมภีร์อินเดียโบราณจำนวนไม่น้อย มีการพรรณนาถึงลักษณะ หรือ ประติมานวิทยาของพระแม่ลักษมีไว้อย่างละเอียด บางครั้งก็กล่าวต้องตรงกันแต่บางคัมภีร์ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันออกไป

ผู้หญิง-ช้าง-ดอกบัว “พระลักษมีในยุคพระเวท”
ในยุคแรกนิยมสร้างพระเทวีที่มีความสัมพันธ์กับดอกบัวและช้าง โดยมีชื่อเรียกมากถึง 4 ชื่อด้วยกันได้แก่ พระศรีลักษมี อภิเษกลักษมี อภิเษกศรี และ คชลักษมี ทั้ง 4 ชื่อนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะโดยทั่วไปเป็นหญิงสาว ผู้มีทรวดทรงองค์เอว สะโพกได้สัดส่วนชัดเจน ทรงเครื่องอย่างนางกษัตริย์ นั่งบนดอกบัว มือทั้งสองข้างถือดอกบัวตูมในความสูงระดับใบหูหรือหน้าอก Read more »

พระแม่ลักษมีและเทวีอโฟไดติ ความเหมือนและความต่าง

lakshmi-deviScreenShot489

ไม่เพียงความคล้ายคลึงกันในสถานที่กำเนิด พระแม่ลักษมีและเทวีอโฟไดตินั้น ยังได้ชื่อว่าเป็นเทวีแห่งความรักความงามและความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกันอีกด้วย

ความรักของพระแม่ลักษมีนั้นมีอยู่ 2 ประการ
ประการแรก คือ ความรักความภักดีต่อพระวิษณุหรือพระนารายณ์ อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และประการที่สอง ความรักความเมตตาและกรุณาต่อทวยเทพ มนุษย์ และ สัตว์ สรรพชีวิตอย่างไม่มีประมาณ Read more »

พระแม่ลักษมี เทวีแห่งความงามและความรัก

lakshmi-goddess-of-wealth-QM19_l

ความงามตามอุดมคติ เป็นคุณลักษณะที่มนุษย์ทุกคนถวิลหา กระนั้นมนุษย์เราก็เข้าใจตรงกันว่า แม้จะหาความงามเช่นนั้นจนสิ้นแผ่นดินโลก ก็ไม่มีทางพบได้ นี่เป็นที่มาที่ทำให้มนุษย์ทั่วทุกมุมโลกนับถือความงาม ดังจะเห็นว่าในทุกวัฒนธรรมและความเชื่อ ล้วนมีเทวีแห่งความงามที่งามเลิศและแสนดี ไว้บูชากราบไหว้ เพราะเชื่อว่าพระนางจะอวยชัยให้พร ดลบันดาลให้ตนสมปรารถนาได้

ฝั่งตะวันตกก็มีเทพีอโฟรไดท์ตี ส่วนฝั่งตะวันออก พระแม่ลักษมีก็คือที่สุดของพระเทวีแห่งความงาม พระลักษมีได้รับการยกย่องว่าเป็นเทวีที่มีสิริโฉมงดงามเป็นเลิศที่สุดในสามโลก ทั้งยังเป็นเทวีที่ทรงคุณด้านความกรุณาปราณีประดุจมารดามีต่อบุตร เป็นเทวีที่ประทานความมั่งคั่งร่ำรวยและจงรักภักดีในความรักที่มีต่อองค์พระวิษณุมหาเทพ Read more »

องค์พระศิวะมหาเทพ ตำนานองค์พระศิวะ

หากจะให้จัดลำดับความสำคัญของบรรดามหาเทพอันเป็นที่เคารพรักของประชาชนชาวไทย และอีกหลายส่วนบนโลกนี้แล้ว พระนามของพระศิวะ หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าพระอิศวร จะปรากฏขึ้นในลำดับต้นๆ เสมอ

ความสำคัญของพระศิวะนั้น นอกจากจะทรงเป็นมหาเทพผู้เป็นใหญ่ในจักรวาลแล้ว ในด้านการกำเนิดมหาเทพองค์นี้ยังเกี่ยวเนื่องกับเทพองค์สำคัญองค์อื่น ไม่ว่าจะเป็นพระพิฆเนศ เทพผู้ประสาทความสำเร็จในด้านศิลปะแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นโอรสของพระศิวะ พระแม่อุมาเทวี พระชายาของพระศิวะ หรือแม้กระทั่ง องค์พระตรีมูรติ 3 มหาเทพสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์ฮินดู ก็เป็นหนึ่งในอวตารของพระศิวะ ที่ร่วมกับพระพรหม และ พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์

อิทธิปาฏิหาริย์ของพระศิวะนั้น พระองค์ทรงเป็นเทพที่ประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นทำความดีและยึดมั่นในศีลธรรมอย่างสม่ำเสมอ ผู้ใดประพฤติตัวเพื่ออุทิศถวายแก่พระองค์แล้ว ปรารถนาสิ่งวิเศษใดๆ พระองค์ก็มักประทานพรที่ต้องการให้ Read more »

เขาไกรลาส ที่ประทับของพระศิวะ

เรื่องราวของเทพเจ้าฮินดู ตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่แปลก เพระองค์เทพแต่ละองค์จะมีที่ประทับอยู่ที่ต่างๆ กัน อาทิ ท้าวจตุโลกบาล ประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา โดยมีภูเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลางของจักรวาล มีทะเลสีทันดรล้อมรอบอยู่ ในระหว่างเขาคือภูเขาทั้งเจ็ดลูก

ในความเชื่อของศาสนาพราหมณ์นั้นสวรรค์ที่สำคัญมีอยู่ด้วยกัน 4 แห่งได้แก่
1. ยอดเขาพระสุเมรุ เป็นที่สถิตของพระอินทร์ เป็นภูเขาทองคำแท้ทั้งภูเขา
2. ยอดเขาไกรลาส พระศิวะและพระแม่อุมาเทวีประทับอยู่ มีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่าผาเผือก เพราะมีสีขาวดั่งเงินยวง
3. พรหมโลก เป็นที่สถิตของพระพรหม และ พระแม่สุรัสวดี ซึ่งมีถึง 16 ชั้น ในวรรณคดีส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล่าวถึงลักษณะของพรหมโลกมากนัก
4. ไวกูณฐ์ หรือ ทะเลน้ำนม อยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์ทั้ง 3 แห่งข้างต้น เป็นที่สถิตของพระวิษณุและพระแม่ลักษมี ซึ่งประทับหลับสนิทบนหลังของพระยาอนันตนาคราช และ บริเวณสะดือทะเล

สำหรับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะนี้ บางที่ก็กล่าวว่า เป็นที่อยู่ของท้าวกุเวร ตั้งอยู่บนภูเขาหิมาลัยซึ่งเป็นยอดสูงสุดในตอนใต้ของทะเลสาบมานัส ที่ชาวฮินดูนับถือกันมาก เพราะถือกันว่าเป็นที่สถิตแห่งองค์เทพและประชาบดี หรือ พระฤาษีสำคัญๆ Read more »

พระพิฆเนศในคติพระพุทธศาสนา

นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศ จะปรากฏหลักฐานในศาสนาพราหมณ์ฮินดูแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศยังปรากฏในคติพระพุทธศาสนาด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธศาสนามหายาน ได้ยอมรับนับถือพระพิฆเนศว่าเป็นสิทธิธาดา ซึ่งหมายถึงผู้ประทานความสำเร็จอีกด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่า มีบทสวดเรียกว่า คณปติหฤทัย

รวมทั้งยังได้พบรูปเคารพของพระพิฆเนศในประติมากรรมทางพระพุทธศาสนาสมัยราชวงศ์คุปตะตอนปลาย เช่น ในภาพพระพุทธเจ้าปรินิพพานที่สารนาถมีภาพพระพิฆเนศทรงหนูอยู่ร่วมกับเทพองค์อื่นในเวลาต่อมาจึงมีภาพพระพิฆเนศในรูปของเทพเจ้าในพระพุทธศาสนามหายาน มีชื่อว่าวินายกะ และเป็นปีศาจในศาสนาฮินดู ชื่อวินายกะเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศในลักษณะของรูปเคารพต่างๆ ได้แก่
1. พระพิฆเนศกับเทพีปรรณศพรี เป็นรูปเทพีเเหยียบพระพิฆเนศ
2. พระพิฆเนศกับเทพีอปราชิตา เป็นรูปเทพีอปราชิตา ยืนอยู่บนพระพิฆเนศ โดยพระพิฆเนศอยู่ในท่านอนพระบาทขวาถูกเหยียบโดยพระบาทซ้ายของเทพี
3. วิฆนานตกะ เป็นรูปวิฆนานตกะเหยียบพระพิฆเนศ
4. คณปติหฤทัย เป็นเทพี มีเศียรเป็นช้าง ในพระพุทธศาสนานิกายตันตระถือเป็นศักติ (พระชายา) ของคณปติ (พระพิฆเนศ)
5. คณปติ เป็นเทพในพระพุทธศาสนา ในคัมภีร์สาธนมาลา กล่าวว่า คณปติ มีผิวกายสีแดง มี 2 พระกร มีหนูเป็นพาหนะ

นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศ ถูกเทพมหากาลเหยียบ และ ภาพพระโพธิสัตว์มัญชุศรีเหยียบ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนามีชัยชนะเหนือศาสนาฮินดู Read more »

องค์พระพิฆเณศวรในสังคมไทยปัจจุบัน

หลังจากรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สังคมไทยได้ให้ความสำคัญและมีการนับถือพระพิฆเนศในฐานะของเทพแห่งความสำเร็จ และ เทพแห่งศิลปวิทยาการ ตามคติของอินเดียมากขึ้น จากเดิมที่มีความสำคัญเฉพาะในด้านพิธีกรรมและด้านช้าง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดังที่ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ได้มีการสร้างประติมากรรมรูปเคารพของพระพิฆเณศวรขึ้นหลายแห่ง โดยสืบทอดคติการบูชาในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการเป็นหลัก โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมศิลปากร เช่น รูปปูนปั้นที่หน้าบันอาคารวิทยาลัยช่างศิลป์ รูปปูนปั้นผนังด้านหน้าของอาคารวิทยาลัยนาฏศิลป์ ร่วมทั้ง รูปปูนปั้นลอยตัวที่ประดิษฐานอยู่ทางทิศใต้ของโบสถ์วัดพระแก้ววังหน้า เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการสร้างประติมากรรมรูปพระพิฆเณศวร ในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการ ในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิทยาการและศิลปะด้วย เช่น พระพิฆเนศที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พระพิฆเณศวรที่กองดุริยางค์ทหารบก

การบูชาพระพิฆเณศวรยังปรากฏในฐานะอื่นด้วย เช่น ถือว่าพระพิฆเณศวรเป็นหัวหน้าคณะบริวารของพระศิวะ จึงมีการสร้างประติมากรรมพระพิฆเนศที่ กองพลที่ 1 ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ Read more »

การกำเนิดพระพิฆเนศในตำนานอินเดียใต้

ในตำนานของอินเดียใต้ มีกล่าวถึงกำเนิดของพระพิฆเนศ ซึ่งเรียกกันว่า ปิลไลยาร์ ไว้ว่า ขณะที่พระแม่อุมาเทวีกำลังสรงน้ำ ปรารถนาจะมีโอรส ทำให้พระเสโทผุดขึ้นมาจากพระวรกาย พระแม่อุมาเทวีทรงลูบพระเสโทออกจากพระองค์ บังเกิดเป็นเด็กน้อยอยู่ในพระหัตถ์

พระศิวะประหลาดพระทัยมาก พระแม่อุมาเทวีทรงถือว่ากุมารนั้นเป็นโอรส ด้วยเหตุนี้เหล่าเทพจึงเดินทางมาเฝ้าและบูชาพระโอรสของพระแม่อุมาเทวี

ในบรรดาเทพเหล่านั้น มี พระเสาร์ รวมอยู่ด้วย พระเสาร์เป็นผู้มีอำนาจพิเศษคือ หากมองจ้องไปยังผู้ใด ผู้นั้นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ด้วยเหตุนี้พระเสาร์จึงไม่กล้ามองพระโอรสของพระแม่อุมาเทวี

พระแม่อุมาเทวีกลับทรงเห็นว่า การกระทำดังนี้เป็นการดูถูกพระโอรส พระเสาร์จึงจำใจเงยหน้ามองพระโอรสของพระแม่อุมาเทวี เมื่อพระเสาร์มองพระพิฆเนศวรพระโอรสของพระแม่อุมาเทวีแล้ว เศียรของพระพิฆเนศวร์ก็ไหม้เป็นเถ้าถ่าน Read more »

ตำนานกำเนิดพระพิฆเณศวร จาก คัมภีร์สกันทปุราณะ

ในคัมภีร์อินเดียโบราณ กล่าวถึงเรื่องราวการถือกำเนิดของพระพิฆเณศวรว่า พระแม่อุมาเทวีหรือพระนางปารวตี ทรงขัดถูพระวรกาย และทรงปั้นชายหนุ่มรูปงามจากเครื่องประทินผิวที่ออกมาจากพระวรกายนั้น พระนางได้ทรงชุบชีวิตให้แก่รูปปั้นเป็นหนุ่มรูปงาม เด็กหนุ่มผู้นั้นลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า จะให้หม่อมฉันทำสิ่งใด ขอพระองค์ได้โปรดบัญชา

พระแม่อุมาเทวีจึงตรัสว่า ในขณะที่พระนางกำลังสรงน้ำ อย่าให้ใครล่วงล้ำเข้ามาได้เด็ดขาด จากนั้นเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ไปยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู

ขณะนั้น พระศิวะเสด็จมา และต้องการเข้าไปข้างในที่พระนางอุมาเทวีกำลังสรงน้ เด็กหนุ่มจึงเข้าขัดขวาง จนเกิดการต่อสู้กัน เด็กหนุ่มใช้ไม้กระบองตีที่หน้าผากของพระศิวะ พระศิวะโกรธจัด จึงใช้ตรีศูลตัดศีรษะเด็กหนุ่มสิ้นชีวิต Read more »

. . . . . . . . .