Posts Tagged ‘พระศิวะ’

ตำนานกำเนิดพระพิฆเนศ จากคัมภีร์ลิงคปุราณะ

ในสมัยหนึ่ง เหล่าอสูรพากันบูชาอ้อนวอนขอพรพระศิวะ เมื่อได้รับพรแล้ว อสูรเหล่านั้นก็พากันก่อความเดือดร้อนไปทั่ว เทวดาทั้งหลายจึงพากันไปขอพรจากพระศิวะว่า ขอให้ทรงสร้างอุปสรรคเพื่อไม่ให้อสูรสามารถทำพิธีบูชาอ้อนวอนพระองค์ได้สำเร็จ

พระศิวะรับคำขอของเหล่าเทวดา จึงเสด็จเข้าไปในครรภ์ของพระแม่อุมาเทวี และถือกำเนิดเป็น พระพิฆเณศวร เทวดาทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญพระพิฆเนศ ผู้มีพระพักตร์เป็นช้าง จากนั้นพระพิฆเนศก็ทรงเต้นรำ

พระศิวะอุ้มพระพิฆเนศขึ้นแล้วสั่งให้พระพิฆเนศทรงสร้างอุปสรรคขัดขวางผู้ที่ประกอบพิธีกรรมโดยไม่ให้ทักษิณา (ค่าทำบุญ) แก่พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีบวงสรวง รวมทั้งยังตรัสว่า ให้คุ้มครองทั้งคนหนุ่มและคนแก่ที่บูชาพระพิฆเณศวร และให้พรว่า ถ้าใครจะทำพิธีไหว้ พระศิวะ พระนารายณ์ และ พระพรหม ต้องบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ Read more »

ตำนานพระพิฆเนศเสียงา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ พระพิฆเนศ มีชื่อว่า เอกทันตะ แปลว่าผู้มีงาเดียว นั้น ปรากฏในคัมภีร์ปุราณะซึ่งกล่าวว่า

เดิมพระพิฆเนศมี 2 งา แต่ครั้งหนึ่ง ปรศุราม ซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของ พระวิษณุ (พระนารายณ์) ขึ้นไปเฝ้า พระศิวะ ที่เขาไกรลาส เวลานั้นพระศิวะบรรทมอยู่ พระพิฆเนศจึงห้ามมิให้ปรศุรามเข้าไป

ปรศุราม ซึ่งถือว่าตนเป็นคนโปรดของพระศิวะ จะเข้าไปให้ได้ จึงเกิดการวิวาทกันขึ้นกับพระพิฆเนศ ถึงขั้นรบกัน

พระพิฆเนศใช้งวงจับปรศุรามหมุนขว้างไป จนปรศุรามสลบ เมื่อปรศุรามปืนขึ้นมาจึงจับขวานซึ่งพระศิวะประทานให้ขว้างไปที่พระพิฆเณศวร พระพิฆเนศเห็นขวานก็จำได้ว่าเป็นขวานของพระศิวะประทานให้ จึงไม่ยอมต่อสู้เนื่องจากเป็นศาสตราวุธของพระบิดา แต่ก็ได้ก้มลงรับขวานด้วยงาข้างหนึ่ง งานั้นจึงหักไป Read more »

องค์พระศิวะมหาเทพ การขอพรพระศิวะ การบูชาพระศิวะ วิธีบูชาพระศิวะมหาเทพ วิธีไหว้พระศิวะ

พระศิวะมหาเทพ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพระศิวะ

พระศิวะทรงเป็นเทพที่ประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นกระทำความดีและยึดมั่นในศีลธรรมอย่างสม่ำเสมอ ผู้ใดประพฤติตัวเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะแล้วปรารถนาสิ่งวิเศษใดๆ พระองค์ก็จะประทานพรที่ต้องการให้ ในทางตรงกันข้าม เมื่อได้พรสมปรารถนาแล้ว วันข้างหน้าบุคคลผู้นั้นกระทำผิดไปจากความดีงามที่เคยทำอยู่ ผู้นั้นก็จะได้รับภัยพิบัติในชีวิต พระศิวะมหาเทพจึงเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย

ความเชื่อด้านอื่นนั้นว่ากันว่าพระศิวะทรงเป็นเทพที่จะคอยขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ห่างไกลและทำให้เกิดความดีงามอันเป็นสิริมงคลเกิดขึ้น สามารถปัดเป่ารักษาเยียวยาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ ได้อย่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก หากผู้ใดเจ็บป่วยหรือต้องการขอพรให้คนในครอบครัวหายเจ็บไข้ได้ป่วย หากได้กระทำการบวงสรวงบูชาพระศิวะพร้อมด้วยบทสวดมนต์ต่างๆ และขอพรจากพระศิวะด้วยใจยึดมั่น ก็มักปรากฏว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นถูกปัดเป่าให้หายไปได้ Read more »

องค์พระศิวะ ความเกี่ยวข้องกับไทยและพุทธศาสนา

image

พระศิวะหรือพระอิศวรในประเทศไทย

ศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั้นได้เข้ามาอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมาช้านานกว่า 5 พันปี แต่มารวมกันในศาสนาพุทธนิกายมหายานและมนตรยานนานราว 2500 ปี
จะเห็นโบราณวัตถุในดินแดนนี้ไม่ว่าจะเป็นประสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมายหรืออาณาจักรนครวัดในประเทศกัมพูชาซึ่งเดิมทีเป็นของประเทศไทย มีรูปจำหลักหรือเทวรูปพระอิศวรพระนารายณ์มากมาย

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของคำว่า อวโลกิเตศวรนั้นมาจากรากฐานคำว่าอิศวรหรือพระศิวะ Read more »

พระศิวะ เหตุที่พระศิวะมีพระศอ (คอ) เป็นสีดำ

image

เหตุที่พระศอของพระศิวะเป็นสีดำ
ครั้งหนึ่งพระวิษณุดำรัสให้มีการกวนเกษียรสมุทรขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำอัมฤตให้เหล่าเทวดา โดยมีพระศิวะเป็นประธาน เอาเขาพระสุเมรุเป็นไม้กวนทะเลน้ำนม  โดยมีพระวิษณุแปลงเป็นเต่าลงไปยันไม้คน  เพื่อไม่ให้โลกถูกทำลาย โดยมีพญานาควาสุกรีเป็นเชือกพันเขาพระสุเมรุไว้
Read more »

อุมามเหศวรมูรติ

25560512-122858.jpg

“อุมามเหศวรมูรติ” พระศิวะปรากฏกายพร้อมพระอุมา ศิลปะปาละ ศิลปะอินเดียแบบปาละ (ปาละคือชื่อราชวงศ์หนึ่งของอินเดีย) เจริญอยู่ในภาคเหนือและตะวันออกของอินเดีย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14-18 จุดเด่นของเทวรูปปางนี้คือจะเห็นโคนนทิซึ่งเป็นพาหนะพระศิวะ (ด้านล่าวเทวรูปชาย) และสิงห์ซึ่งเป็นพาหนะพระอุมา (ด่านล่างเทวรูปหญิง)

ศิลปะปาละ (รวมถึงเสนะ) ของอินเดียได้ส่งอิทธิพลให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะศิลปะที่พบทางภาคใต้หรือที่เรียกว่าศิลปะศรีวิชัย งานศิลปะไทยชิ้นเอกที่ได้รับอิทธิพลที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดี (เพราะเคยอยู่หลังสมุดวาดเขียนมานาน) คือ เทวรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปัจุบันตั่งโชว์อย่างโดดเด่นในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร ห้องศิลปะศรีวิชัย Read more »

นครวัด ตำนานนครวัด ประวัตินครวัด ปราสาทนครวัด

นครวัดและการค้นพบ

ภาพโดย by Pigalle

ภาพโดย by Pigalle

“นครวัด” หรือฝรั่ง(เศส) เรียก อังกอร์วัด-Angkor Wat เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานที่เรียกรวมกันว่า “เมืองพระนคร” มี “นครธม” โดดเด่นเคียงคู่ ตั้งอยู่ที่เมืองเสียมราฐ (เจ้าของบ้านออกเสียง เสียมเรียบ) กัมพูชา

นครวัดสร้างในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้ครองอาณาจักรขอมช่วง พ.ศ.1656-1693 ซึ่งขณะนั้นพราหมณ์ฮินดูไวษณพนิกาย นับถือพระวิษณุ (พระนารายณ์) เป็นมหาเทพ รุ่งเรือง สุริยวรมันที่ 2 ทรงสร้างปราสาทนครวัดเป็นเทวาลัยบูชา และให้เป็นที่เก็บพระศพของพระองค์ (ทรงได้พระนามภายหลังสิ้นพระชนม์ว่า บรมวิษณุ ส่งผลนครวัดมีอีกชื่อว่า บรมวิษณุมหาปราสาท) นครวัดจึงแตกต่างกับปราสาทอื่นๆ ตรงที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศของผู้ตาย แทนทิศตะวันออกตามขนบ

ล่วงเข้าสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงเปลี่ยนนครวัดเป็นศาสนสถานพุทธนิกายมหายาน จากช่วงเริ่มสร้างกลางพุทธศตวรรษที่ 17 (พ.ศ.1650-1693) ที่เป็นเทวสถานฮินดู ครั้นถึง พ.ศ.1720 จามบุกขอม ชัยวรมันที่ 7 ต้องทรงย้ายไปเมืองนครหลวง ให้สร้างเมืองนครธมและปราสาทบายน ห่างจากนครวัดไปทางเหนือ เป็นเมืองหลวงใหม่
Read more »

เหวัชระ เทพผู้พิทักษ์ในคติพุทธมหายานแบบตันตระ หรือมนตรยาน

ภาพโดย by Wonderlane

ภาพโดย by Wonderlane

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง / โดย ราม วัชรประดิษฐ์ / หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เหวัชระเป็นภาษาทิเบต หมายถึงเทพผู้พิทักษ์ในคติพุทธมหายานแบบตันตระ หรือมนตรยาน

ต่อมาพัฒนาเป็นนิกายวัชรยาน ซึ่งแพร่หลายอยู่ในแถบทิเบต ภูฏาน จีน และเข้ามายังเขมรราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยเทพผู้พิทักษ์เหล่านี้จะเรียกว่า “ยิ-ดัม” โดยลามะชั้นสูงจะมียิ-ดัม คอยปกปักรักษา มีหน้าที่คอยกำราบภูตผีปีศาจและดูแลมิให้สิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้น ปรากฏเป็นชื่อ เหวัชระ, คุหยสมาช, มหามายา, สังวร, กาลจักร หรือชัมภละ เป็นต้น

พุทธแบบตันตระเป็นสาขานิกายหนึ่งของมหายาน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อของลัทธิฮินดู เนื่องจากมีบ่อเกิดในบริเวณอนุทวีปหรืออินเดียโบราณร่วมกัน โดยเฉพาะคัมภีร์ “อาถรรพเวท” ในปลายยุคพระเวทของฮินดูมีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวความเชื่อของตันตระหรือมนตรยาน นิยมสร้างรูปเคารพของพระโพธิสัตว์ในลักษณาการต่างๆ รวมทั้งสร้างยิ-ดัม คอยปกปักอารักขา ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาดุร้ายน่าสะพรึงกลัวทั้งสิ้น
Read more »

พระศิวะ ศิวะนาฏราช พระศิวะปางร่ายรำ

4852034138_22504c822d_z

‘ศิวนาฏราช’ (Shiva’s cosmic Dance) หมายถึง พระราชาแห่งการร่ายรำ มีการกล่าวถึงฤๅษีพวกหนึ่งประพฤติอนาจารฝ่าฝืนเทวบัญชา พระศิวะทรงขัดเคืองจึงทรงชวนพระนารายณ์เสด็จมายังโลกมนุษย์เพื่อทรมานฤๅษีพวกนั้น เมื่อพระองค์ทรงเห็นพระฤๅษีสิ้นฤทธิ์จึงทรงฟ้อนรำทำปาฏิหาริย์ขึ้น ขณะนั้นมียักษ์ค่อมตนหนึ่งชื่อ ‘มุยะกะละ’ (บางตำราเรียกว่า มุยะละคะ หรืออสูรมูลาคนี) มาช่วยพวกฤๅษี จึงทรงเอาพระบาทเหยียบยักษ์ค่อมไว้ แล้วทรงฟ้อนรำต่อไปจนหมด เรียกว่า ‘ปางปราบอสูรมูลาคนี’ ถือเป็นการร่ายรำครั้งที่ 1 ต่อมาพระยาอนันตนาคราชซึ่งได้ติดตามพระเป็นเจ้าทั้งสองเมื่อครั้งไปปราบพวกฤๅษี ได้เห็นพระศิวะฟ้อนรำเป็นที่งดงามจึงใคร่อยากชมการฟ้อนรำอีก พระนารายณ์จึงแนะนำให้ไปบำเพ็ญตบะบูชาพระศิวะที่เชิงเขาไกรลาศ พระศิวะทรงเมตตาประทานพร โดยจะเสด็จไปฟ้อนรำให้ดูในมนุษยโลก ณ ตำบล จิดรัมบรัม หรือจิทัมพรัม ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย อันเป็นศูนย์กลางของมนุษยโลก ทรงฟ้อนรำให้ชาวโลกชมอย่างงดงามถึง 108 ท่าด้วยกัน

ชาวโลกจึงร่วมกันสร้างเทวาลัยขึ้นที่เมืองนี้ เพื่อเป็นที่เคารพบูชาแทนองค์พระศิวะ ภายในเทวาลัยนี้แบ่งออกเป็น 108 ช่อง เพื่อแกะสลักท่าร่ายรำของพระอิศวรไว้จนครบ การร่ายรำครั้งนี้ถือเป็นการร่ายรำครั้งที่ 2
Read more »

เทพในศาสนาฮินดู มีอยู่หลายพระองค์

ฮินดูเทพ
คอลัมน์ รู้ไปโม้ด / หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ถาม – อยากจะทราบว่าเทพองค์ต่างๆ ในศาสนาฮินดู ว่ามีกี่องค์ และแต่ละองค์มีความสำคัญอย่างไรบ้างคะ ขอบคุณค่ะ /เหม่ยหลิน

ตอบ –
ศาสนาฮินดูนับถือเทพ วันนี้อัญเชิญ 9 องค์สำคัญ เริ่มจาก “พระพรหม”(พระธาดา) ตำนานบ้างว่าทรงถือกำเนิดจากไข่ บ้างว่าทรงเกิดจากดอกบัวในพระนาภีของพระนารายณ์ พระพรหมทรงเป็นผู้สร้างโลกทั้ง 3 และสรรพสิ่งทั้งหลาย สถิตอยู่ ณ พรหมปุระในพรหมโลกบนยอดเขาพระสุเมรุ ล้อมรอบด้วยแม่น้ำคงคา มีหงส์เป็นพาหนะ เป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา กรุณา ประทานพรให้แก่ทุกคนที่ขอ มีมเหสีนามพระสรัสวดี
Read more »

พระนามอันหลากหลายของพระศิวะ

มหาเทวะ พระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ พระผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง พระผู้เกิดก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างพระผู้ไม่มีวันเกิดและวันตาย พระองค์ทรงมีพระนามมากมาย มีความหมายในตัวเอง พระนามของพระมหาเทวะที่กล่าวถึงในโลก คือ…

1.พระสดาศิวะ (พระผู้เป็นใหญ่แห่งพระศิวะเทพ)

2.พระหะระ (พระผู้ทำลายล้าง)

3.พระมหารุทร (เทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง)

4.พระศังกร (เทพเจ้าผู้มีน้ำพระทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตาสงสาร)

5.พระปุษกร (พระผู้ทรงทำนุบำรุง)

6.พระปุษกร (พระผู้ทรงทำนุบำรุง)

7.พระอรธิคะมยะ (พระผู้ทรงเห็นใจต่อการอ้อนวอนของผู้กราบไหว้บูชา)

8.พระสดาจาร (เทพเจ้าแห่งการกระทำอันสูงสุด)

9.พระสรวะ (เทพเจ้าผู้อยู่ทั่วไปทุกหนแห่ง,พระผู้ประทานความผาสุข)

10.พระมเหศวร (เทพเจ้ายิ่งใหญ่) Read more »

พราหมณ์ : ตำนานการโล้ชิงช้าในเอกสารไทย

large_DSC04372
จิตรกรรมฝาผนังการโล้ชิงช้าที่วัด มหาเจดีย์ บ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์

เอกสารไทยนับแต่โบราณหลายฉบับเราพบว่ามีความคล้ายคลึงกัน เช่น เอกสารตำนานต่าง ๆ ของล้านนาที่มีความคล้ายคลึงกันหลายฉบับ วรรณกรรมชาวบ้าน เช่น นิทานเรื่องมโนราห์ของล้านนาคล้ายคลึงกับนิทานเรื่องมโนราห์ของภาคใต้ นิทานเรื่องศรีธนญชัยของไทยคล้ายคลึงกับนิทานเรื่องเชียงเมี่ยงของลาว ฯลฯ ทั้งนี้เพราะไม่ว่าจะเป็นนิทาน ตำนาน หรือแม้แต่เอกสารทางประวัติศาสตร์ หมายถึงผลผลิตทางภูมิปัญญาของนักปราชญ์ ผู้รู้พื้นบ้าน สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม บันเทิง สาระความรู้ คติสอนใจ บทเรียน อาจเริ่มต้นจาก วรรณกรรมมุขปาฐะ ถ่ายทอดผ่านรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่งจนแพร่หลายในสังคมจนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม จนเมื่อมีการบันทึกเป็น วรรณกรรมลายลักษณ์ วรรณกรรมทั้งสองประเภทถูกส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกแล้วมีการนำติดตัวเดินทาง การเกิดทางของนักเล่านิทาน พ่อค้า พระสงฆ์ เมื่อสังคมมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ผ่านการเวลานานขึ้น  ส่งต่อกันมากขึ้น ในที่สุดก็แทบจะหาต้นฉบับไม่ได้ หาผู้แต่งไม่ได้ และแทบจะสืบไม่ได้เลยว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่ใด ทั้งนี้อาจมีหลายที่ที่แต่งเรื่องราวนั้นออกมาเหมือน ๆ กัน สอดคล้องกัน เพราะมีสาเหตุปัจจัย ประสบการณ์ ความเป็นอยู่ที่คล้ายกัน ทั้งหมดทั้งมวลจึงเรียกว่า การแพร่กระจายทางวัฒนะธรรม มีทฤษฎีตั้งไว้เพื่ออธิบายสิงประเภทคือ ทฤษฎีเอกกำเนิด และ ทฤษฎีพหุกำเนิด

Read more »

ตรียัมปวาย-ตรีปวาย ที่มาของตรียัมปวายตรีปวาย จากอินเดียสู่ไทย

พระราชตรียัมปวาย – ตรีปวายเป็นหนึ่งในพิธีที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อศาสนาพราหมณ์  และคติความเชื่อที่มีต่อความมั่นคงและความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง    แต่ครั้งโบราณ พระราชพิธีนี้เป็นพระราชพิธีในเดือนอ้ายอันถือเป็นนักขัตฤกษ์ขึ้นปีใหม่ตามคติพราหมณ์  โดยถือเอาต้นฤดูหนาวเป็นการเริ่มต้นตามการนับเวลาแบบสุริยคติ เป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว เตรียมเข้าฤดูเพาะปลูก อีกทั้งยังเป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหาเทพสูงสุดของศาสนาพราหมณ์  ๓  พระองค์  คือ  พระพรหม  (ผู้สร้าง)  พระนารายณ์  (ผู้ปกปักรักษา)  และพระอิศวร  (ผู้ทำลาย  เพื่อสร้างใหม่) ถือกันว่าเทพเจ้าจะเสด็จลงมาเยี่ยมโลกทุกปีเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน มีการประกอบพิธีสวดอัญเชิญเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์จากสรวงสวรรค์ลงมาสู่โลกมนุษย์เพื่อที่จะได้กระทำการสักการบูชา พราหมณ์จะจัดงานพิธีต้อนรับอย่างใหญ่โต มีการโล้ชิงช้าถวายให้เทพเจ้าทอดพระเนตรเพื่อให้เป็นที่โปรดปรานของเทพเจ้าเหล่านั้น  นับว่าเป็นการระลึกถึงพระเมตตาและความสำคัญของเทพที่ได้ช่วยอำนวยพรให้มีพืชพันธุ์ธัญญาหารแก่มนุษย์  อาจจะถือได้ว่าเป็นพิธีที่ต่อเนื่องมาจากพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งก่อนที่จะมีการเพาะปลูกได้นั้นต้องมีการขอพรจากเทพเจ้าเสียก่อน ให้เทพเจ้าบรรดาฟ้าฝนให้ตกต้องตามฤดูการณ์ ดินดี น้ำชุ่ม อุดมสมบูรณ์ ผลผลิตเป็นไดตามที่ต้องการ อีกทั้งยังเป็นการขอพรให้บ้านเมืองมีความมั่นคง  เหล่าพราหมณ์ได้ทำการถือพรตสวดบูชาตลอดระยะเวลาของพิธีกรรมด้วย

Read more »

พราหมณ์ : พิธีช้าหงส์ ๑/๒ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์

ช้าหงส์

การช้าหงส์ หรือ ช้าเจ้าหงส์ หรือคำสามัญที่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า “กล่อมหงส์” เป็นพิธีสำคัญตอนหนึ่งของพระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวาย เป็นการสรงนำเทพเจ้าแล้วอัฐเชิญเทพเจ้าขึ้นสู่พระบรมหงส์อันเป็นพาหนะของเทพเจ้ากลับคืนสู่สวรรค์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ สองปราชญ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รัชการยกย่องว่า หนึ่งคือบิดาแห่งประวิติศาสตร์ไทย และอีกหนึ่งบิดาแห่งศิลปกรรมไทย ทั้งสองพระองค์ทรงพระวินิจฉัยด้วยจดหมายตอบโต้กันหลายฉบับเกี่ยวกับความหมาย ของคำว่า “ช้า – หงส์” ปรากฏในหนังสือสาส์นสมเด็จ  เริ่มจากสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (๒๕๒๕ : ๑๙๘ – ๑๙๙) ได้ทรงอธิบายคำพูดที่เหมือนกันแต่ความหมายต่างกันไว้ในจดหมายลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๘๓ ว่า   Read more »

พระหริหระ การรวมสองมหาเทพไว้ในองค์เดียว

พระหริหระ : การรวมสองมหาเทพไว้ในองค์เดียว ร่องรอยการนับถืิอศาสนาพราหมณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมานานนับพันปี หลักฐานที่เก่าที่สุดพบในประเทศไทย คือ เทวรูปพระวิษณุ (นารายณ์) สวมหมวกทรงกระบอก (รูปซ้ายมือ) แกะสลักด้วยศิลาแบบลอยองค์ ประทับยืนบนฐานแท่นศิลา ศิลปกรรมก่อนสมัยศรีวิชัย ขนาดความสูง 170 เซนติเมตร พบที่เขาวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำหนดอายุราวก่อน พ.ศ. 1000 เทวรูปดังกล่าวอาจเป็นการนำเข้ามาหรืออาจแกะในประเทศก็ได้ ทำให้ทราบว่าในประเทศไทยมีการนับถือไวษณพนิกายมานานแล้ว ในยุคใกล้เคียงกัน บริเวณปากแม่น้ำโขง ประเทศกัมพูชา ปรากาฎร่องรอยการนับถือศาสนาพราหมณ์ เช่นกัน และมีการนับถือทั้งสองนิกาย ไศวนิกาย และไวษณพนิกาย หลักฐานที่สำคัญคือ การพบเศียรเทวรูปหริหระ (รูปขวามือ) อายุราว พ.ศ. 1100 กำหนดอยู่ในศิลปะแรกเริ่มของกัมพูชาคือ ศิลปะแบบพนมดา Read more »
. . . . . . . . .