Posts Tagged ‘ศิวลึงค์’

การบูชาศิวลึงค์ การบูชาศิวะลึงก์ การขอพรพระศิวะมหาเทพ

ความสำคัญของศิวลึงค์

การบูชาศิวลึงค์ในศาสนาฮินดูเชื่อว่า แค่แตะศิวลึงค์บาปทั้งหลายจะถูกถ่ายถอน การตั้งไว้ในบ้านหรือที่ทำงานจะนำความมั่งคั่งและสุขสมบูรณ์แก่ผู้บูชา ไม่ขาดซึ่งอาหาร เสื้อผ้า หรือ เงินทอง นำความสงบสุขแก่ผู้บูชา จะเพิ่มพูนปัญญาบารมี ทำให้มีความจดจำได้ดีสำหรับการศึกษา ผู้ถูกคุณไสยจะขับไล่มนต์ดำได้

ทางศาสนาฮินดู ได้จำแนกความสำคัญและวัตถุประสงค์ของการบูชาศิวลึงค์ ที่จะได้รับคือ

1.ศิวลึงค์สร้างจากดินปากแม่น้ำจะทำให้มีทรัพย์และที่ดินมากมาย
2.ศิวลึงค์ที่สร้างจากหินสีดำให้ผลทางการเจริญภาวนา
3.ศิวลึงค์ที่สร้างจากปรอท ในทางพิธีกรรมหรือพระเวท มักให้พรอย่างล้ำลึก เหมาะกับเทวสถานหรือผู้ปรารถนาความคุ้มครองจากพระศิวะ
4.ศิวลึงค์ที่สร้างจากทอคำ ให้ผลด้านความร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐี ในเรื่องรามเกียรติ์ ทศกัณฐ์เป็นผู้บูชาพระศิวะด้วยศิวลึงค์ทองคำจนพระศิวะโปรดปราน และให้พรอันมหาศาล ให้เป็นเจ้ากรุงลงกาและเป็นผู้ที่ไม่ตาย
5.ศิวลึงค์ที่ทำจากมูลโค ให้ผลกับผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยจะหายจากโรคร้าย Read more »

ศิวะราตรี ปี 2557 การทำพิธีถวายพระศิวะมหาเทพ

มหาศิวะราตรี ประจำปีนี้ คือวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557
เป็นวันสำคัญสำหรับผู้ที่บูชาองค์พระศิวะ
มีขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้บูชา ดังต่อไปนี้

( ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนการบูชาที่เขียนโดย อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย
เผยแพร่เพื่อการกุศลได้ แต่ห้ามนำไปใช้หาผลประโยชน์ทางการค้า
และต้องให้เครดิต สำนักพิมพ์สยามคเณศ Siamganesh.com ทุกครั้งนะคะ )

1. จัดเตรียมเทวรูป

ทำความสะอาดเทวรูป ที่มีประดิษฐานอยู่ในบ้านทั้งหมด หากเทวรูปองค์ไหนใช้น้ำล้างได้ก็ล้างให้สะอาด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง หากองค์ไหนอาจเสียหายจากการถูกน้ำ ให้ใช้ผ้าหรือแปรงปัดฝุ่นให้เรียบร้อย

ให้เลือกเทวรูปพระศิวะ 1 องค์ โดยเลือกองค์ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ทำจากวัสดุที่โดนน้ำได้ เช่น หินแกะสลัก ทองเหลือง สำริด เรซิ่น ไฟเบอร์กลาส ฯลฯ ไม่ควรเป็นเทวรูปไม้แกะสลัก ปูนปั้น ดินปั้น หรือเทวรูปที่มีการตกแต่งประดับด้วยคริสตัลเพชรพลอย เพราะอาจทำให้เสียหายจากการสรงน้ำ องค์ที่เราเลือกมานี้ จะเรียกว่า “องค์บูชา”

Read more »

พราหมณ์ : พิธีช้าหงส์ ๒/๒ ขั้นตอนและวันประกอบพิธีช้าหงส์

ขั้นตอนและวันประกอบพิธีช้าหงส์

พิธีช้าหงส์จะจัดขึ้น ๓ คืนด้วยกันคือ วันวันแรม ๑ ค่ำ เดือนยี่ ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของพระราชพิธีตรียัมปวาย และต่อด้วยพระราชพิธีตรีปวาย พราหมณ์จะประกอบพิธีช้าหงส์เพื่อส่งเสด็จพระอิศวร พระอุมา และพระพิฆเนศ คืนวันแรม ๓ ค่ำ เดือนยี่ ประกอบพิธีช้าหงส์เพื่อส่งพระพรหม และ วันแรม ๕ ค่ำ เดือนยี่  เป็นการส่งพระนารายณ์กลับคืนสู่สรวงสวรรค์

วันแรม ๑ ค่ำ เดือนยี่

วันสุดท้ายของพระราชพิธีตรียัมปวาย ต่อด้วยพระราชพิธีตรีปวาย  เป็นการรับพระนารายณ์ที่เสด็จจากเกษียรสมุทรมายังบนโลกมนุษย์  รวมระยะเวลาที่ประทับอยู่บนโลกมนุษย์เป็นเวลา  ๕  วัน และเป็นการส่งเสด็จพระอิศวรกลับสู่สรวงสวรรค์ซึ่งอยู่บนโลกมนุษย์ครบกำหนด กลับ ๑๐ วัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชบรรยายพิธีกรรมที่ประกอบใน วันนี้ความว่า เป็นพิธีตรียัมปวายและตรีปวายต่อกัน โดยพิธีการเริ่มตั่งแต่เวลาเช้าตรู่ พราหมณ์ทั้งหลายจะประชุมพร้อมกันที่สถานพระนารายณ์ พระมหาราชครูอ่านเวทเปิดประตูศิวาลัยไกรลาสเหมือนอย่างเช่นเปิดถวายพระอิศวร  ในเวลาเย็นจะประชุมพร้อมกันอีกครั้งที่สถานพระนารายณ์อีกครั้ง   Read more »

พราหมณ์ : พิธีช้าหงส์ ๑/๒ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์

ช้าหงส์

การช้าหงส์ หรือ ช้าเจ้าหงส์ หรือคำสามัญที่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า “กล่อมหงส์” เป็นพิธีสำคัญตอนหนึ่งของพระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวาย เป็นการสรงนำเทพเจ้าแล้วอัฐเชิญเทพเจ้าขึ้นสู่พระบรมหงส์อันเป็นพาหนะของเทพเจ้ากลับคืนสู่สวรรค์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ สองปราชญ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รัชการยกย่องว่า หนึ่งคือบิดาแห่งประวิติศาสตร์ไทย และอีกหนึ่งบิดาแห่งศิลปกรรมไทย ทั้งสองพระองค์ทรงพระวินิจฉัยด้วยจดหมายตอบโต้กันหลายฉบับเกี่ยวกับความหมาย ของคำว่า “ช้า – หงส์” ปรากฏในหนังสือสาส์นสมเด็จ  เริ่มจากสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (๒๕๒๕ : ๑๙๘ – ๑๙๙) ได้ทรงอธิบายคำพูดที่เหมือนกันแต่ความหมายต่างกันไว้ในจดหมายลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๘๓ ว่า   Read more »

พระหริหระ การรวมสองมหาเทพไว้ในองค์เดียว

พระหริหระ : การรวมสองมหาเทพไว้ในองค์เดียว ร่องรอยการนับถืิอศาสนาพราหมณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมานานนับพันปี หลักฐานที่เก่าที่สุดพบในประเทศไทย คือ เทวรูปพระวิษณุ (นารายณ์) สวมหมวกทรงกระบอก (รูปซ้ายมือ) แกะสลักด้วยศิลาแบบลอยองค์ ประทับยืนบนฐานแท่นศิลา ศิลปกรรมก่อนสมัยศรีวิชัย ขนาดความสูง 170 เซนติเมตร พบที่เขาวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำหนดอายุราวก่อน พ.ศ. 1000 เทวรูปดังกล่าวอาจเป็นการนำเข้ามาหรืออาจแกะในประเทศก็ได้ ทำให้ทราบว่าในประเทศไทยมีการนับถือไวษณพนิกายมานานแล้ว ในยุคใกล้เคียงกัน บริเวณปากแม่น้ำโขง ประเทศกัมพูชา ปรากาฎร่องรอยการนับถือศาสนาพราหมณ์ เช่นกัน และมีการนับถือทั้งสองนิกาย ไศวนิกาย และไวษณพนิกาย หลักฐานที่สำคัญคือ การพบเศียรเทวรูปหริหระ (รูปขวามือ) อายุราว พ.ศ. 1100 กำหนดอยู่ในศิลปะแรกเริ่มของกัมพูชาคือ ศิลปะแบบพนมดา Read more »
. . . . . . . . .