มนสาเทวี ธิดาแห่งพระศิวะ

พระแม่มนสาเทวี เป็นเทวีแห่งงูและอสรพิษ เป็นพระธิดาแห่งพระศิวะ กล่าวไว้ว่า ทรงกำเนิดจากพระหทัยของพระกัศยปมุนี จับพระนางภัทรุ ทรงเป็นที่โปรดปรานของพระศิวะเยี่ยงพระธิดา มีพรวิเศษที่สามารถชุบชีวิตมนุษย์ขึ้นมาได้ ทรงมีพระสิริโฉมงดงามมากและมีพลังอำนาจมาก พระองค์ปรารถนาจะได้รับการบูชาในโลกมนุษย์ เพราะมิทรงได้รับอนุญาตจากพระนางปารวตีให้ประทับบนเขาไกรลาส ด้วยพระนางปารวตีทิทรงยินยอมว่าเป็นพระธิดาของพระองค์

พระนางมนสาเทวี เป็นที่เคารพสักการะของชาวฮินดู ในอินเดียถือว่าพระแม่มนสาเทวี เป็นผู้ให้ทรัพย์สินเงินทองและช่วยในการรักษาโรคต่างๆ ให้หาย มีตำนานกล่าวว่า เป็นเทพองค์เดียวที่พระแม่ปารวตีทรงอนุญาตให้บูชาได้ด้วยการถวายดอกไม้ด้วยมือซ้าย เพราะตามหลักการถวายของเทพชั้นสูงในอินเดียต้องถวายด้วยมือขวาเท่านั้น

จากหนังสือ พระศิวะมหาเทพแห่งจักรวาล โดย ป๊อก เชลซี สำนักพิมพ์เครือเนชั่น

เขาไกรลาส ที่ประทับของพระศิวะ

เรื่องราวของเทพเจ้าฮินดู ตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่แปลก เพระองค์เทพแต่ละองค์จะมีที่ประทับอยู่ที่ต่างๆ กัน อาทิ ท้าวจตุโลกบาล ประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา โดยมีภูเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลางของจักรวาล มีทะเลสีทันดรล้อมรอบอยู่ ในระหว่างเขาคือภูเขาทั้งเจ็ดลูก

ในความเชื่อของศาสนาพราหมณ์นั้นสวรรค์ที่สำคัญมีอยู่ด้วยกัน 4 แห่งได้แก่
1. ยอดเขาพระสุเมรุ เป็นที่สถิตของพระอินทร์ เป็นภูเขาทองคำแท้ทั้งภูเขา
2. ยอดเขาไกรลาส พระศิวะและพระแม่อุมาเทวีประทับอยู่ มีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่าผาเผือก เพราะมีสีขาวดั่งเงินยวง
3. พรหมโลก เป็นที่สถิตของพระพรหม และ พระแม่สุรัสวดี ซึ่งมีถึง 16 ชั้น ในวรรณคดีส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล่าวถึงลักษณะของพรหมโลกมากนัก
4. ไวกูณฐ์ หรือ ทะเลน้ำนม อยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์ทั้ง 3 แห่งข้างต้น เป็นที่สถิตของพระวิษณุและพระแม่ลักษมี ซึ่งประทับหลับสนิทบนหลังของพระยาอนันตนาคราช และ บริเวณสะดือทะเล

สำหรับเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะนี้ บางที่ก็กล่าวว่า เป็นที่อยู่ของท้าวกุเวร ตั้งอยู่บนภูเขาหิมาลัยซึ่งเป็นยอดสูงสุดในตอนใต้ของทะเลสาบมานัส ที่ชาวฮินดูนับถือกันมาก เพราะถือกันว่าเป็นที่สถิตแห่งองค์เทพและประชาบดี หรือ พระฤาษีสำคัญๆ Read more »

พระพิฆเนศในคติพระพุทธศาสนา

นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศ จะปรากฏหลักฐานในศาสนาพราหมณ์ฮินดูแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับพระพิฆเนศยังปรากฏในคติพระพุทธศาสนาด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธศาสนามหายาน ได้ยอมรับนับถือพระพิฆเนศว่าเป็นสิทธิธาดา ซึ่งหมายถึงผู้ประทานความสำเร็จอีกด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่า มีบทสวดเรียกว่า คณปติหฤทัย

รวมทั้งยังได้พบรูปเคารพของพระพิฆเนศในประติมากรรมทางพระพุทธศาสนาสมัยราชวงศ์คุปตะตอนปลาย เช่น ในภาพพระพุทธเจ้าปรินิพพานที่สารนาถมีภาพพระพิฆเนศทรงหนูอยู่ร่วมกับเทพองค์อื่นในเวลาต่อมาจึงมีภาพพระพิฆเนศในรูปของเทพเจ้าในพระพุทธศาสนามหายาน มีชื่อว่าวินายกะ และเป็นปีศาจในศาสนาฮินดู ชื่อวินายกะเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศในลักษณะของรูปเคารพต่างๆ ได้แก่
1. พระพิฆเนศกับเทพีปรรณศพรี เป็นรูปเทพีเเหยียบพระพิฆเนศ
2. พระพิฆเนศกับเทพีอปราชิตา เป็นรูปเทพีอปราชิตา ยืนอยู่บนพระพิฆเนศ โดยพระพิฆเนศอยู่ในท่านอนพระบาทขวาถูกเหยียบโดยพระบาทซ้ายของเทพี
3. วิฆนานตกะ เป็นรูปวิฆนานตกะเหยียบพระพิฆเนศ
4. คณปติหฤทัย เป็นเทพี มีเศียรเป็นช้าง ในพระพุทธศาสนานิกายตันตระถือเป็นศักติ (พระชายา) ของคณปติ (พระพิฆเนศ)
5. คณปติ เป็นเทพในพระพุทธศาสนา ในคัมภีร์สาธนมาลา กล่าวว่า คณปติ มีผิวกายสีแดง มี 2 พระกร มีหนูเป็นพาหนะ

นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพพระพิฆเนศ ถูกเทพมหากาลเหยียบ และ ภาพพระโพธิสัตว์มัญชุศรีเหยียบ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนามีชัยชนะเหนือศาสนาฮินดู Read more »

องค์พระพิฆเณศวรในสังคมไทยปัจจุบัน

หลังจากรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สังคมไทยได้ให้ความสำคัญและมีการนับถือพระพิฆเนศในฐานะของเทพแห่งความสำเร็จ และ เทพแห่งศิลปวิทยาการ ตามคติของอินเดียมากขึ้น จากเดิมที่มีความสำคัญเฉพาะในด้านพิธีกรรมและด้านช้าง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดังที่ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ได้มีการสร้างประติมากรรมรูปเคารพของพระพิฆเณศวรขึ้นหลายแห่ง โดยสืบทอดคติการบูชาในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการเป็นหลัก โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมศิลปากร เช่น รูปปูนปั้นที่หน้าบันอาคารวิทยาลัยช่างศิลป์ รูปปูนปั้นผนังด้านหน้าของอาคารวิทยาลัยนาฏศิลป์ ร่วมทั้ง รูปปูนปั้นลอยตัวที่ประดิษฐานอยู่ทางทิศใต้ของโบสถ์วัดพระแก้ววังหน้า เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการสร้างประติมากรรมรูปพระพิฆเณศวร ในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการ ในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิทยาการและศิลปะด้วย เช่น พระพิฆเนศที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พระพิฆเณศวรที่กองดุริยางค์ทหารบก

การบูชาพระพิฆเณศวรยังปรากฏในฐานะอื่นด้วย เช่น ถือว่าพระพิฆเณศวรเป็นหัวหน้าคณะบริวารของพระศิวะ จึงมีการสร้างประติมากรรมพระพิฆเนศที่ กองพลที่ 1 ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ Read more »

การกำเนิดพระพิฆเนศในตำนานอินเดียใต้

ในตำนานของอินเดียใต้ มีกล่าวถึงกำเนิดของพระพิฆเนศ ซึ่งเรียกกันว่า ปิลไลยาร์ ไว้ว่า ขณะที่พระแม่อุมาเทวีกำลังสรงน้ำ ปรารถนาจะมีโอรส ทำให้พระเสโทผุดขึ้นมาจากพระวรกาย พระแม่อุมาเทวีทรงลูบพระเสโทออกจากพระองค์ บังเกิดเป็นเด็กน้อยอยู่ในพระหัตถ์

พระศิวะประหลาดพระทัยมาก พระแม่อุมาเทวีทรงถือว่ากุมารนั้นเป็นโอรส ด้วยเหตุนี้เหล่าเทพจึงเดินทางมาเฝ้าและบูชาพระโอรสของพระแม่อุมาเทวี

ในบรรดาเทพเหล่านั้น มี พระเสาร์ รวมอยู่ด้วย พระเสาร์เป็นผู้มีอำนาจพิเศษคือ หากมองจ้องไปยังผู้ใด ผู้นั้นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ด้วยเหตุนี้พระเสาร์จึงไม่กล้ามองพระโอรสของพระแม่อุมาเทวี

พระแม่อุมาเทวีกลับทรงเห็นว่า การกระทำดังนี้เป็นการดูถูกพระโอรส พระเสาร์จึงจำใจเงยหน้ามองพระโอรสของพระแม่อุมาเทวี เมื่อพระเสาร์มองพระพิฆเนศวรพระโอรสของพระแม่อุมาเทวีแล้ว เศียรของพระพิฆเนศวร์ก็ไหม้เป็นเถ้าถ่าน Read more »

ตำนานกำเนิดพระพิฆเณศวร จาก คัมภีร์สกันทปุราณะ

ในคัมภีร์อินเดียโบราณ กล่าวถึงเรื่องราวการถือกำเนิดของพระพิฆเณศวรว่า พระแม่อุมาเทวีหรือพระนางปารวตี ทรงขัดถูพระวรกาย และทรงปั้นชายหนุ่มรูปงามจากเครื่องประทินผิวที่ออกมาจากพระวรกายนั้น พระนางได้ทรงชุบชีวิตให้แก่รูปปั้นเป็นหนุ่มรูปงาม เด็กหนุ่มผู้นั้นลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า จะให้หม่อมฉันทำสิ่งใด ขอพระองค์ได้โปรดบัญชา

พระแม่อุมาเทวีจึงตรัสว่า ในขณะที่พระนางกำลังสรงน้ำ อย่าให้ใครล่วงล้ำเข้ามาได้เด็ดขาด จากนั้นเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ไปยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู

ขณะนั้น พระศิวะเสด็จมา และต้องการเข้าไปข้างในที่พระนางอุมาเทวีกำลังสรงน้ เด็กหนุ่มจึงเข้าขัดขวาง จนเกิดการต่อสู้กัน เด็กหนุ่มใช้ไม้กระบองตีที่หน้าผากของพระศิวะ พระศิวะโกรธจัด จึงใช้ตรีศูลตัดศีรษะเด็กหนุ่มสิ้นชีวิต Read more »

ตำนานกำเนิดพระพิฆเนศ จากคัมภีร์ลิงคปุราณะ

ในสมัยหนึ่ง เหล่าอสูรพากันบูชาอ้อนวอนขอพรพระศิวะ เมื่อได้รับพรแล้ว อสูรเหล่านั้นก็พากันก่อความเดือดร้อนไปทั่ว เทวดาทั้งหลายจึงพากันไปขอพรจากพระศิวะว่า ขอให้ทรงสร้างอุปสรรคเพื่อไม่ให้อสูรสามารถทำพิธีบูชาอ้อนวอนพระองค์ได้สำเร็จ

พระศิวะรับคำขอของเหล่าเทวดา จึงเสด็จเข้าไปในครรภ์ของพระแม่อุมาเทวี และถือกำเนิดเป็น พระพิฆเณศวร เทวดาทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญพระพิฆเนศ ผู้มีพระพักตร์เป็นช้าง จากนั้นพระพิฆเนศก็ทรงเต้นรำ

พระศิวะอุ้มพระพิฆเนศขึ้นแล้วสั่งให้พระพิฆเนศทรงสร้างอุปสรรคขัดขวางผู้ที่ประกอบพิธีกรรมโดยไม่ให้ทักษิณา (ค่าทำบุญ) แก่พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีบวงสรวง รวมทั้งยังตรัสว่า ให้คุ้มครองทั้งคนหนุ่มและคนแก่ที่บูชาพระพิฆเณศวร และให้พรว่า ถ้าใครจะทำพิธีไหว้ พระศิวะ พระนารายณ์ และ พระพรหม ต้องบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ Read more »

ตำนานพระพิฆเนศเสียงา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ พระพิฆเนศ มีชื่อว่า เอกทันตะ แปลว่าผู้มีงาเดียว นั้น ปรากฏในคัมภีร์ปุราณะซึ่งกล่าวว่า

เดิมพระพิฆเนศมี 2 งา แต่ครั้งหนึ่ง ปรศุราม ซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของ พระวิษณุ (พระนารายณ์) ขึ้นไปเฝ้า พระศิวะ ที่เขาไกรลาส เวลานั้นพระศิวะบรรทมอยู่ พระพิฆเนศจึงห้ามมิให้ปรศุรามเข้าไป

ปรศุราม ซึ่งถือว่าตนเป็นคนโปรดของพระศิวะ จะเข้าไปให้ได้ จึงเกิดการวิวาทกันขึ้นกับพระพิฆเนศ ถึงขั้นรบกัน

พระพิฆเนศใช้งวงจับปรศุรามหมุนขว้างไป จนปรศุรามสลบ เมื่อปรศุรามปืนขึ้นมาจึงจับขวานซึ่งพระศิวะประทานให้ขว้างไปที่พระพิฆเณศวร พระพิฆเนศเห็นขวานก็จำได้ว่าเป็นขวานของพระศิวะประทานให้ จึงไม่ยอมต่อสู้เนื่องจากเป็นศาสตราวุธของพระบิดา แต่ก็ได้ก้มลงรับขวานด้วยงาข้างหนึ่ง งานั้นจึงหักไป Read more »

ตำนานพระพิฆเณศวร ในปัทมะปุราณะ

ตำนานพระพิฆเนศในคัมภีร์ปัทมะปุราณะ

เป็นการกล่าวถึงถึงที่มาทำให้พระพิฆเณศวรได้รับพรจากพระศิวะและพระนางปารวตี (พระแม่อุมาเทวี) ให้ได้รับการบูชาก่อนเทพองค์อื่นๆ ดังที่ปรากฏในคัมภีร์ดังต่อไปนี้

สัญชัยฤาษีได้ถามฤาษีวยาสว่า เทพองค์ใดควรได้รับการบูชาก่อนเทพองค์อื่น ฤาษีวยาสกล่าวว่า คนที่ควรการบูชาก่อนเทพองค์ คือ พระพิฆเนศวร เนื่องด้วยพระองค์เป็นผู้ทรงขจัดอุปสรรค สมัยหนึ่งเทวดาได้นำขนมโมทกะ มาถวายพระแม่อุมาเทวี ขนมนี้ใครกินแล้วจะเป็นผู้ที่มีปัญญารอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง พระแม่อุมาเทวีต้องการประทานขนมนี้แก่บุตรของพระองค์ องค์ใดองค์หนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีความเฉลียวฉลาดรอบรู้อย่างแท้จริง จึงให้มีการพิสูจน์ความสามารถแข่งขันกันระหว่างพระขันทกุมารและพระพิฆเณศวร์

พระขันทกุมารจึงขี่นกยูงเดินทางไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่มีในโลก ส่วนพระพิฆเนศวร์ ได้เดินวนรอบ ประทักษิณาแก่พระศิวะพระแม่อุมาเทวี แล้วมายืนอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ของพระบิดาและพระมารดา Read more »

ประวัติพญาครุฑ อานุภาพขององค์พญาครุฑ

พญาครุฑ ใหญ่ดั้งภูผา เป็นหนึ่งในท้องนภา

จากเรื่องราวตามตำราและคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู เปรีนบเทียบกันแล้ว สามารถแบ่งพญาครุฑออกได้เป็น 5 ประเภทหลัก คือ

1. มีร่างกายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่มีปีกอยู่ด้านหลัง
2. มีร่างกายเป็นคนธรรมดา แต่มีศีรษะเป็นนก
3. มีร่างกายเป็นคนธรรมดา แต่มีศรีษะและขาเป็นนก
4. มีร่างกายเป็นนก แต่มีหัวเป็นมนุษย์
5. มีร่างกายเหมือนกับนกทุกประการ

ในมหากาพย์มหาภารตะ และ มหากายพ์รามายณะ ได้กล่าวถึงรูปร่างของพญาครุฑไว้อย่างชัดเจนว่า พญาครุฑมีขน ปีก และจะงอยปากเหมือนนกทั่วไป อวัยวะทุกส่วนมีพลานุภาพมากกว่านกธรรมดาหลายเท่านัก Read more »

ตำนานพญาครุฑ องค์พญาครุฑ

ความเชื่อที่ว่า สิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้ามาจากสวรรค์สิ่งที่วิเศษและมีอำนาจอิทธิฤทธิ์เหนือคนเดินดิน สอดแทรกอยู่ในทุกสังคมมนุษย์ มาตั้งแต่โบราณกาล มนุษย์ต้องการมีปีกบินได้ดั่งนก ใครก็ตามที่สามารถบินได้ผู้นั้นคือผู้วิเศษ สมควรแก่การเคารพบูชา เปรียบเสมือนสิ่งที่มาจากสรวงสวรรค์

ในความเป็นจริง ไม่มีทางเลยที่มนุษย์จะบินไปในอากาศได้ดังใจด้วยตัวของตัวเอง จึงไม่แปลกที่มนุษย์จะยกย่องสิ่งที่ตนทำไม่ได้อย่างเช่นการบินของนก มาเปรียบเทียบความสูงส่งและมีอิทธิพลเหนือทุกชีวิตบนพื้นดิน ทั้งช่วยปกป้องคุ้มครองสิ่งไม่ดีที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ ผู้คนสมัยโบราณในแถบชมพูทวีป นิยมบูชากราบไหว้พญาครุฑพญาแห่งนกที่เชื่อกันว่าสามารถป้องกันงูอสรพิษร้ายที่มีชุกชุมให้ห่างไกล เพราะธรรมชาติของงูย่อมกลัวนกเป็นธรรมดา และหากค้นคว้าตำนานของชนชาติต่างๆ แล้ว ก็จะพบความเชื่อเกี่ยวกับพญานกที่คล้ายคลึงกับความเชื่อของพญาครุฑของไทย ต่างกันตรงที่รูปลักษณ์ของพญาครุฑที่แตกต่างกันไป

พญาครุฑ ตำนานพญาครุฑ มหาอำนาจ มหาบารมี

พญาครุฑ สัตว์ป่าหิมพานต์เป็นใหญ่เหนือนกทุกเผ่าพันธุ์ในโลก และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งองค์พระมหากษัตริย์ตามความเชื่อในระบอบการปกครองที่ไทยเต็มใจรับมาจากอินเดีย

คุณสมบัติโดดเด่นที่พญาครุฑได้รับการยกย่องให้เป็นพญาแห่งวิหคทั้งหลาย 1. พละกำลังอันมหาศาล มีกำลังวังชาได้ไม่มีวันหมด แม้แต่องค์พระนารายณ์ยังต้องขอผูกมิตร 2.มีเชาว์ปัญญาอันล้ำเลิศ 3. มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีอย่างสูงส่ง

ภาพอันทรงฤทธิ์และมีคุณธรรมเป็นเลิศของพญาครุฑ ส่วนใหญ่มาจากความเชื่อของชาวฮินดู ซึ่งเชื่อว่าพญาครุฑเป็นสัตว์ที่เก่งฉกาจ ฉลาดแก้ปัญหา และมีกำลังมหาศาล ยากที่จะหาใครมาต่อกรได้ Read more »

การบูชาพระพิฆเนศ ในช่วงเทศกาล คเณศจตุรถี 2558

คเณศจตุรถี การบูชาพระพิฆเนศในวันคเณศจตุรถี

การปฏิบัติในวันคเณศจตุรถี วันประสูติองค์พระพิฆเนศ

การจัดพิธีบูชาในวันคเณศจตุรถี
ลิขสิทธิ์บทความโดย – อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย (สำนักพิมพ์สยามคเณศ)
อ.พิทักษ์ เขียนบทความนี้ เผยแพร่ลง นิตยสารสยามคเณศ และ เว็บไซต์สยามคเณศ เป็นประจำทุกปี *****ห้ามคัดลอกเพื่อการค้าเด็ดขาด*****
มอบแด่ กลุ่มผู้ศรัทธาทุกท่าน
เนื่องในวันคเณศจตุรถี ปี พ.ศ.2558

(จัดพิธีได้ตั้งแต่วันที่ 17-27 กันยายน พ.ศ.2558 วันใดก็ได้ เวลาใดก็ได้ ไม่มีกฎบังคับ)
มีคำแนะนำดังต่อไปนี้

1. จัดเตรียมเทวรูป
ทำ ความสะอาดเทวรูป ที่มีประดิษฐานอยู่ในบ้านทั้งหมด หากเทวรูปองค์ไหนใช้น้ำล้างได้ก็ล้างให้สะอาด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง หากองค์ไหนอาจเสียหายจากการถูกน้ำ ให้ใช้ผ้าหรือแปรงปัดฝุ่นให้เรียบร้อย

ให้ เลือกเทวรูปพระพิฆเนศ 1 องค์ มาจากที่ผู้บูชามีประดิษฐานอยู่ในบ้าน โดยเลือกองค์ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ทำจากวัสดุที่โดนน้ำได้ เช่น หินแกะสลัก ทองเหลือง สำริด เรซิ่น ฯลฯ ไม่ควรเป็นเทวรูปไม้แกะสลัก เทวรูปปูนปั้น ดินปั้น หรือเทวรูปที่มีการตกแต่งประดับด้วยคริสตัลเพชรพลอย เพราะอาจทำให้เสียหาย องค์ที่เราเลือกมานี้ จะเรียกว่า “องค์บูชา” Read more »

องค์พระศิวะมหาเทพ การขอพรพระศิวะ การบูชาพระศิวะ วิธีบูชาพระศิวะมหาเทพ วิธีไหว้พระศิวะ

พระศิวะมหาเทพ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพระศิวะ

พระศิวะทรงเป็นเทพที่ประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นกระทำความดีและยึดมั่นในศีลธรรมอย่างสม่ำเสมอ ผู้ใดประพฤติตัวเพื่ออุทิศถวายแก่พระศิวะแล้วปรารถนาสิ่งวิเศษใดๆ พระองค์ก็จะประทานพรที่ต้องการให้ ในทางตรงกันข้าม เมื่อได้พรสมปรารถนาแล้ว วันข้างหน้าบุคคลผู้นั้นกระทำผิดไปจากความดีงามที่เคยทำอยู่ ผู้นั้นก็จะได้รับภัยพิบัติในชีวิต พระศิวะมหาเทพจึงเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย

ความเชื่อด้านอื่นนั้นว่ากันว่าพระศิวะทรงเป็นเทพที่จะคอยขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ห่างไกลและทำให้เกิดความดีงามอันเป็นสิริมงคลเกิดขึ้น สามารถปัดเป่ารักษาเยียวยาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ ได้อย่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก หากผู้ใดเจ็บป่วยหรือต้องการขอพรให้คนในครอบครัวหายเจ็บไข้ได้ป่วย หากได้กระทำการบวงสรวงบูชาพระศิวะพร้อมด้วยบทสวดมนต์ต่างๆ และขอพรจากพระศิวะด้วยใจยึดมั่น ก็มักปรากฏว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นถูกปัดเป่าให้หายไปได้ Read more »

การบูชาศิวลึงค์ การบูชาศิวะลึงก์ การขอพรพระศิวะมหาเทพ

ความสำคัญของศิวลึงค์

การบูชาศิวลึงค์ในศาสนาฮินดูเชื่อว่า แค่แตะศิวลึงค์บาปทั้งหลายจะถูกถ่ายถอน การตั้งไว้ในบ้านหรือที่ทำงานจะนำความมั่งคั่งและสุขสมบูรณ์แก่ผู้บูชา ไม่ขาดซึ่งอาหาร เสื้อผ้า หรือ เงินทอง นำความสงบสุขแก่ผู้บูชา จะเพิ่มพูนปัญญาบารมี ทำให้มีความจดจำได้ดีสำหรับการศึกษา ผู้ถูกคุณไสยจะขับไล่มนต์ดำได้

ทางศาสนาฮินดู ได้จำแนกความสำคัญและวัตถุประสงค์ของการบูชาศิวลึงค์ ที่จะได้รับคือ

1.ศิวลึงค์สร้างจากดินปากแม่น้ำจะทำให้มีทรัพย์และที่ดินมากมาย
2.ศิวลึงค์ที่สร้างจากหินสีดำให้ผลทางการเจริญภาวนา
3.ศิวลึงค์ที่สร้างจากปรอท ในทางพิธีกรรมหรือพระเวท มักให้พรอย่างล้ำลึก เหมาะกับเทวสถานหรือผู้ปรารถนาความคุ้มครองจากพระศิวะ
4.ศิวลึงค์ที่สร้างจากทอคำ ให้ผลด้านความร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐี ในเรื่องรามเกียรติ์ ทศกัณฐ์เป็นผู้บูชาพระศิวะด้วยศิวลึงค์ทองคำจนพระศิวะโปรดปราน และให้พรอันมหาศาล ให้เป็นเจ้ากรุงลงกาและเป็นผู้ที่ไม่ตาย
5.ศิวลึงค์ที่ทำจากมูลโค ให้ผลกับผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยจะหายจากโรคร้าย Read more »

. . . . . . . . .