องค์พระศิวะ ความเกี่ยวข้องกับไทยและพุทธศาสนา

image

พระศิวะหรือพระอิศวรในประเทศไทย

ศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั้นได้เข้ามาอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมาช้านานกว่า 5 พันปี แต่มารวมกันในศาสนาพุทธนิกายมหายานและมนตรยานนานราว 2500 ปี
จะเห็นโบราณวัตถุในดินแดนนี้ไม่ว่าจะเป็นประสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมายหรืออาณาจักรนครวัดในประเทศกัมพูชาซึ่งเดิมทีเป็นของประเทศไทย มีรูปจำหลักหรือเทวรูปพระอิศวรพระนารายณ์มากมาย

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของคำว่า อวโลกิเตศวรนั้นมาจากรากฐานคำว่าอิศวรหรือพระศิวะ Read more »

พระแม่คงคา มารดาแห่งสายน้ำ

image

จากตำนานเก่าแก่กล่าวกันว่า เมื่อโลกมนุษย์เกิดความแห้งแล้งมาก เนื่องจากด้วยพระแม่คงคาไม่ยอมปล่อยสายน้ำตกลงสู่พื้นโลก พระแม่คงคานั้นเดิมทีเป็นพระราชธิดาแห่งพระหิมวัตและพระนางเมนกา ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระพี่นางของพระแม่อุมาเทวีหรือพระแม่ปารวตี มีหน้าที่ดูแลสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากสวรรค์

เมื่อโลกตกอยู่ในความแห้งแล้ง เหล่าทวยเทพได้ทูลขอพระศิวะให้ทรงช่วย พระองค์จึงทรงบังคับให้พระแม่คงคาคืนสายน้ำสู่โลกมนุษย์ แต่ด้วยเกรงว่าความแรงจากกระแสน้ำจากสวรรค์จะทำลายโลก จึงทรงให้พระแม่คงคาประทับบนมวยพระเกศาของพระองค์เพื่อลดความแรงของกระแสน้ำที่ไหลลงสู่โลกมนุษย์
Read more »

พระศิวะ เหตุที่พระศิวะมีพระศอ (คอ) เป็นสีดำ

image

เหตุที่พระศอของพระศิวะเป็นสีดำ
ครั้งหนึ่งพระวิษณุดำรัสให้มีการกวนเกษียรสมุทรขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำอัมฤตให้เหล่าเทวดา โดยมีพระศิวะเป็นประธาน เอาเขาพระสุเมรุเป็นไม้กวนทะเลน้ำนม  โดยมีพระวิษณุแปลงเป็นเต่าลงไปยันไม้คน  เพื่อไม่ให้โลกถูกทำลาย โดยมีพญานาควาสุกรีเป็นเชือกพันเขาพระสุเมรุไว้
Read more »

ตำนานเศียรเป็นช้างของพระพิฆเนศ อีกตำนานหนึ่ง

พระพิฆเนศ ตำนานองค์พระพิฆเนตร

ในอดีตกาล เมื่อครั้งที่ยังมีความเคร่งครัดทางด้านศาสนา เหล่าทวยเทพและนักปราชญ์ต่างบำเพ็ญตนเพื่อแสวงหาความเป็นมงคลและรางวัลแห่งความรุ่งเรืองในชีวิต

แต่ต่อมาพลังแห่งความชั่วร้ายอสูรต่างก็อุทิศตนให้แก่การบูชาและบวงสรวงเพื่อขอพรจากพระศิวะ เมื่อได้รับมาแล้วพวกเขาก็เริ่มโจมตีเหล่าทวยเทพจนพ่ายแพ้ และมีอำนาจเหนือเทพทั้งปวง

พระอินทร์และเทพองค์อื่นจึงพร้อมใจกันยื่นฎีกาถวายต่อพระศิวะ และอ้อนวอนขอให้มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่สร้างสิ่งที่สามารถช่วยขจัดปัดเป่าอุปสรรคที่เกิดจากน้ำมือของผู้ที่ได้รับพรด้วยรางวัล แต่ใช้อย่างไม่ถูกต้องด้วยเถิด Read more »

ตำนานพระแม่ลักษมี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์

พระแม่รัศมี พระแม่ลักษมีเทวี
คัมภีร์ภควัทปุราณะกล่าวว่า เมื่อ พระแม่ลักษมี ปรากฏพระวรกายขึ้นหลังจากการเปลี่ยนเกษียรสมุทรแล้วเทวดาอสูรและมนุษย์ต่างร่วมลงนามความงามและปรารถนาจะได้พัฒนามาเป็นชายาทั้งสิ้นครั้งนั้นพระอินทร์ได้ทูลอัญเชิญให้พระนางประทับบนอาสนะเทพแห่งน้ำดื่มน้ำมาให้คะแนนชำระพระวรกายด้วยมีเหล่าเทพอัปสรและคนธรรพ์บรรเลงเพลงขับกล่อมเกลาช้างประจำทิศช่วยกันลดน้ำสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากหม้อน้ำทองให้พระนางลักษมีซึ่งทรงถือดอกบัวอยู่จากนั้นพระมหาสมุทรทรงถวายผ้าไหมสีเหลือง 2 ผืน พระวรุณทรงถวายมาลัยไวชยันตีพระวิศวกรรมถวายเครื่องประดับต่างๆ พระแม่สรัสวดีทรงถวายสร้อยมุก พระพรหมทรงถวายดอกบัวและกุณฑล ครั้นเมื่อเสร็จพิธี พระแม่ลักษมีก็เรียกพระวิษณุเป็นพระสวามี

คัดมาจาก หนังสือ พระลักษมี โดย วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ สนพ.อัมรินทร์

องค์พระพิฆเนศ มหาเทพที่มีผู้ศรัทธาสูงสุด

รูปพระพิฆเณศ
ภาพลักษณ์ของพระพิฆเนศ ขจรขจายไปทั่วตามวันเวลาที่ผ่านไปนานหลายศตวรรษ ในขณะที่รูปลักษณ์ที่ซับซ้อนก็ได้วิวัฒน์และสะท้อนให้เห็นรูปโฉมที่หลากหลายของเทพที่มีผู้ศรัทธาและรักใคร่มากที่สุดองค์นี้เป็นผลให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์มีกฎเข้มงวดในการบูชารูปลักษณ์หรือศิลปะศาสตร์ของพระองค์ มาตั้งแต่ครั้งโบราณซึ่งลูกรักเหล่านี้ล้วนสามารถบรรยายรายละเอียดคุณสมบัติของเทพองค์นี้ได้อย่างชัดเจนทั้งในส่วนที่เป็นภาพเขียนและประติมากรรม

ในตำนานเหล่านี้พระพิฆเนศทรงได้รับการบรรยายให้เป็นเทพที่มีพระวรกายเป็นมนุษย์และมีเศียรเป็นช้างยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งหากมีพระวรกายอ้วนท้วนจนสามารถมองเห็นพระอุระยนต์ออกมาเป็นรูปทรงกลม มีผิวพระวรกายเป็นสีแดงระเรื่อ พระหัตถ์และบ่อยครั้งก็งวง ทรงจับวัตถุที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์นานาชนิด เมื่อพระองค์ทรงประทับนั่งบนแท่นพระอาสน์พระบาทครั้งหนึ่งจะอยู่ในท่านั่งสมาธิ ส่วนอีกข้างจะวางบนแท่นรองพระบาทโดยมีอาหารนานาชนิดวันกระจายอยู่ตรงหน้าพระบาท หนูตัวหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ใกล้ อาหารและเนยหน้ามองพระพักตร์ของพระองค์ดำกับขออนุญาตมีส่วนร่วมกับการกินอาหารเหล่านั้น Read more »

พิทักษ์ โค้ววันชัย นักเขียนหนังสือบูชาองค์เทพ ที่มีผลงานมากที่สุดของไทย

image

การกำเนิดองค์พระพิฆเนศ โดยพระศิวะและพระแม่อุมาเทวี

กาลครั้งหนึ่งพระศิวะและพระมเหสีปารวตี ทรงร่วมรักกัน พลังอำนาจอันมากมายมหาศาลที่เกิดจากการหลอมรวมของมหาเทพทั้งสองพลันแผ่กระจายและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามโลก

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่น ในขณะที่เทพทั้งหลายต่างก็ตระหนักดีว่า เด็กที่เกิดจากความรักเช่นนั้นจะได้รับพลังการหลอมรวมระหว่างพระศิวะและพระแม่อุมาเทวีอย่างแน่นอน และตระหนักดีว่าการกำเนิดเช่นนั้นสามารถบดบังอำนาจของเหล่าทวยเทพทั้งหลาย

ทวยเทพทั้งหลายจึงพยายามคิดค้นวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีก Read more »

วิธีปฏิบัติบูชาพระพิฆเนศ ในช่วงเทศกาลคเณศจตุรถี ปี พ.ศ.2557

387493_447968921943171_651656208_n

การปฏิบัติในวันคเณศจตุรถี

การจัดพิธีเพื่อบูชาในวันคเณศจตุรถี
จาก – อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย (สำนักพิมพ์สยามคเณศ)
มอบแด่ กลุ่มผู้ศรัทธาทุกท่าน
เนื่องในวันคเณศจตุรถี ปี พ.ศ.2557

(จัดพิธีได้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม – 8 กันยายน พ.ศ.2557 วันใดก็ได้)
มีคำแนะนำดังต่อไปนี้

1. จัดเตรียมเทวรูป
ทำ ความสะอาดเทวรูป ที่มีประดิษฐานอยู่ในบ้านทั้งหมด หากเทวรูปองค์ไหนใช้น้ำล้างได้ก็ล้างให้สะอาด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง หากองค์ไหนอาจเสียหายจากการถูกน้ำ ให้ใช้ผ้าหรือแปรงปัดฝุ่นให้เรียบร้อย

ให้ เลือกเทวรูปพระพิฆเนศ 1 องค์ มาจากที่ผู้บูชามีประดิษฐานอยู่ในบ้าน โดยเลือกองค์ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ทำจากวัสดุที่โดนน้ำได้ เช่น หินแกะสลัก ทองเหลือง สำริด เรซิ่น ฯลฯ ไม่ควรเป็นเทวรูปไม้แกะสลัก เทวรูปปูนปั้น ดินปั้น หรือเทวรูปที่มีการตกแต่งประดับด้วยคริสตัลเพชรพลอย เพราะอาจทำให้เสียหาย องค์ที่เราเลือกมานี้ จะเรียกว่า “องค์บูชา”

2. จัดเตรียมอุปกรณ์
– ธูป หรือ กำยาน / พร้อมกระถางธูป หรือโถกำยาน
– เทียน 2 เล่ม ซ้ายขวา
หากมีตะเกียงน้ำมันก็จัดเตรียมไว้
– โต๊ะ 2 ตัว
ตัวหนึ่ง เรียกว่า “โต๊ะประดิษฐาน” สำหรับตั้งเทวรูป และถวายของ
ตัวหนึ่ง เรียกว่า “โต๊ะเตรียมของ” เพื่อวางของถวายเตรียมถวายไปที่โต๊ะตัวแรก
– อ่าง หรือ ชามใบใหญ่ หรือ ถาด เพื่อนำเทวรูป “องค์บูชา” ประดิษฐานลงไป รอรับการสรงน้ำ

3. จัดเตรียมเครื่องสังเวย
– ปัญจอัมฤต ได้แก่ นมจืด, โยเกิร์ต, น้ำผึ้ง, เนย, น้ำอ้อย
– ผลไม้มงคล ตามแต่จัดหามา เน้นกล้วยหรือมะพร้าว รวมกันให้ได้ 5 ชนิดขึ้นไป
ผลไม้ให้บรรจุใส่ถาด ถ้วย จาน ชาม ฯลฯ สามารถใส่รวมกันหรือแยกภาชนะได้
– ขนมหวาน ไม่ใช้ขนมที่มีส่วนผสมของไข่
จัดมาอย่างน้อย 5 อย่างขึ้นไป ใส่ถ้วยให้เรียบร้อย แต่ละถ้วยไม่ต้องมีช้อน
– น้ำดื่มสะอาด เปิดขวดใหม่ จำนวน 2 ขวด
ขวดแรก ใช้ถวายทั้งขวด เปิดฝาแล้ววางถวายได้เลย
ขวดที่สอง ใช้สำหรับสรงสนาน โดยต้องมีแก้วน้ำเปล่าหนึ่งใบ และมีช้อนเล็กๆ ใส่ลงในแก้วด้วย เพื่อใช้ตักน้ำและสรงที่องค์เทวรูป
– ดอกไม้ (ดาวเรือง มะลิ กุหลาบ ดอกบัว ฯลฯ) จัดหามาให้มากๆ เน้นปริมาณ ให้ดูสดชื่น มีสีสัน
– เมล็ดข้าวสาร ใส่จาน
– เมล็ดถั่วต่างๆ ใส่จาน
Read more »

การบูชาพระพิฆเนศ เพื่อธุรกิจการศึกษา

ganesh
บูชา “พระพิฆเนศ”เพื่อธุรกิจการศึกษา

โดย อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย
นักเทววิทยา ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์องค์เทพ
[ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเผยแพร่ศาสตร์องค์เทพอินเดียและสายวิชาพราหมณ์ฮินดู ในรายการสมพงษ์ องค์เทพ รายการโทรทัศน์ที่จะช่วยชี้ช่องทางให้คุณเป็นเศรษฐีได้อย่างชัดเจน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ Smart SME ซึ่งรับชมได้ทางทรู 25, 28 True PSI 18]

จากที่ได้อธิบายไว้ในคอลัมน์ฉบับก่อนๆ เรื่ององค์พระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งนักธุรกิจ การค้า ความร่ำรวย และความสำเร็จในกิจการงานต่างๆ ฉบับนี้ ผมจะอธิบายถึงเทวานุภาพอีกด้านหนึ่งขององค์พระพิฆเนศ นั่นคือ ความเป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษา สติปัญญา และความรอบรู้

นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน องค์พระพิฆเนศ ได้รับการบูชาให้เป็นเทพเจ้าผู้ทรงมีเทวานุภาพหลากหลาย และถือว่ามีเทวานุภาพมากที่สุดในบรรดาทวยเทพบนสรวงสวรรค์ เป็นเทพผู้เข้าถึงได้ทุกชนชั้น ทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพและความเป็นเทพแห่งการศึกษา เทพแห่งวิชาการ ความรอบรู้ ก็เป็นอีกเทวานุภาพ ที่องค์พระพิฆเนศสามารถประทานพรให้ได้
Read more »

ศิวะราตรี ปี 2557 การทำพิธีถวายพระศิวะมหาเทพ

มหาศิวะราตรี ประจำปีนี้ คือวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557
เป็นวันสำคัญสำหรับผู้ที่บูชาองค์พระศิวะ
มีขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้บูชา ดังต่อไปนี้

( ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนการบูชาที่เขียนโดย อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย
เผยแพร่เพื่อการกุศลได้ แต่ห้ามนำไปใช้หาผลประโยชน์ทางการค้า
และต้องให้เครดิต สำนักพิมพ์สยามคเณศ Siamganesh.com ทุกครั้งนะคะ )

1. จัดเตรียมเทวรูป

ทำความสะอาดเทวรูป ที่มีประดิษฐานอยู่ในบ้านทั้งหมด หากเทวรูปองค์ไหนใช้น้ำล้างได้ก็ล้างให้สะอาด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง หากองค์ไหนอาจเสียหายจากการถูกน้ำ ให้ใช้ผ้าหรือแปรงปัดฝุ่นให้เรียบร้อย

ให้เลือกเทวรูปพระศิวะ 1 องค์ โดยเลือกองค์ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ทำจากวัสดุที่โดนน้ำได้ เช่น หินแกะสลัก ทองเหลือง สำริด เรซิ่น ไฟเบอร์กลาส ฯลฯ ไม่ควรเป็นเทวรูปไม้แกะสลัก ปูนปั้น ดินปั้น หรือเทวรูปที่มีการตกแต่งประดับด้วยคริสตัลเพชรพลอย เพราะอาจทำให้เสียหายจากการสรงน้ำ องค์ที่เราเลือกมานี้ จะเรียกว่า “องค์บูชา”

Read more »

ตามรอยปริศนาปราสาท “ขแมร์”, ปราสาทเขมร

ตามรอยปริศนาปราสาท

ไม่ใช่แค่ฉัน แต่รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าแห่งศิลานั้น มีอานุภาพมากพอที่จะทำให้ทุกคนหยุดการก้าวเดิน แล้วหันมาพิจารณา

พร้อมกับร่วมค้นหาความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในรอยยิ้มอมตะอย่างตั้งใจ

ปริศนาแห่งรอยยิ้มที่มีอายุกว่า 800 ปี ยังไม่มีใครถอดรหัสออกมาได้ก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนสัมผัสได้ร่วมกัน นั่นคือ ความมหัศจรรย์ของมนุษย์ในอดีต ที่พยายามรังสรรค์ศิลปกรรมอันงดงามเหล่านี้ขึ้นมา แม้ว่าในยุคนั้นจะยังไม่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยใดๆ เลยก็ตาม

ซัวซะเดย ขแมร์ (สวัสดี กัมพูชา)

การกลับมาเยือนกัมพูชาอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานถึง 8 ปี ให้ความรู้สึกต่างกันลิบลับ ครั้งก่อนฉันใช้เวลาเดินทางโดยรถโดยสารจากด่านปอตเปตถึงเมืองเสียมราฐราว 6-8 ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางเท่ากัน คือ 159 กิโลเมตร แต่เพราะถนนหนทางถูกปรับปรุงใหม่ กลายเป็นถนนลาดยางแสนสบาย ทำให้ครั้งนี้ใช้เวลาเดินทางอยู่ที่ 2 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น Read more »

วิรูปักษา และ อเนกอนดิ ของดีที่ซ่อนอยู่ : ท่องเที่ยวอินเดีย

ฉันเริ่มต้นค้นหา อเนกอนดิ ด้วยการไปดูเขาอาบน้ำกันค่ะ ที่ริมแม่น้ำตังกาบัด แต่เช้าตรู่ชาวบ้านออกมาอาบน้ำ ซักผ้ากันแน่นตลิ่ง

แม่น้ำกับชาวอินเดียเป็นวิถีที่คู่กันมาแต่ไหนแต่ไรเฉกเช่นชาวเอเชียในหลายพื้นที่ ขยะริมแม่น้ำเป็นสิ่งนอกเหนือสายตาไปเลยค่ะ หลังจากเมียงมองอยู่ครู่ใหญ่ ฉันไปรอคิวเรือข้ามฟากไปอเนกอนดิ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเมืองฮัมปิ จ่ายคนละ 15 บาทเป็นเรือยนต์ นั่งไป 5 นาทีก็ถึง  ฝั่งอเนกอนดิมีที่พักนักท่องเที่ยวเยอะ และเป็นแหล่งชุมนุมของนักเดินทางจากอิสราเอล ภูมิประเทศที่สวยแปลกตาด้วยเทือกเขาหินแกรนิต ตั้งหมิ่นเหม่ เหมือนให้ลุ้นว่าจะกลิ้งหล่นมิหล่นแหล่เมื่อไร

หากใครต้องการความสวยสงบลองข้ามฟากมาพักฝั่งอเนกอนดิก็แนะนำนะคะ หากมาหน้านา จะเห็นนาข้าวเขียว หรือเหลืองทองเต็มไปหมด

ฉันเดินเลาะไปเรื่อยประมาณ 6 กิโลเมตร เพื่อไปดักขึ้นรถประจำทางไป วัดหนุมาน วัดบนยอดเขาสูงสุด แต่ฉันไม่ได้ขึ้นหรอกนะคะ ได้แต่ส่งตัวแทนขึ้นไปชมวิว ส่วนฉันขอนั่งกินชาร้อนใส่นม และสนทนากับหนุ่มน้อยเจ้าของร้านอยู่ตีนเขาแทน ร้านเป็นเพิงเล็กๆ แต่เจ้าหนุ่มนาคราชวัยเพียง 14 ขวบ จัดการบริหารด้วยตัวเอง เขาชอบให้คนแปลกหน้าเรียกตัวเขาว่า ‘คอบร้า’ และเรียกตัวเองอย่างภาคภูมิว่า เป็นนักธุรกิจ และอนาคตก็อยากจะทำร้านต่อโดยอาจเพิ่มขายอาหาร นอกเหนือจากของขบเคี้ยว และเครื่องดื่มที่มีเพียงชาใส่นม และผู้เป็นพ่อเป็นผู้ชงให้ได้ทีละแก้วจากเตาที่ใช้ฟืน Read more »

บทเรียนล้ำค่าจากนรสิงห์อวตาร

นรสิงหาวตาร พระนรสิงห์ ท้าวนรสิงห์ นารายณ์สิบปาง

บทเรียนล้ำค่าจากนรสิงห์อวตาร
บัญชา ธนบุญสมบัติ

ตามคติในศาสนาฮินดู พระนารายณ์เป็นมหาเทพที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโลก คือเมื่อใดก็ตามที่โลกเกิดความวุ่นวาย พระองค์ก็จะอวตารมาในรูปแบบ (ปาง) ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ในบรรดาอวตารทั้งหลายนี้ มีอยู่ปางหนึ่งซึ่งมีสีสันและแง่มุมชวนคิดอยู่ไม่น้อย นั่นคือ นรสิงห์อวตาร

นรสิงห์เป็นครึ่งคนครึ่งสิงโต คือ มีร่างกายส่วนใหญ่คล้ายคน แต่มีหน้าตาและกรงเล็บเป็นสิงโต คำว่า นรสิงห์ มาจาก นร (คน) + สิงห์ (สิงโต) ภาษาอังกฤษสะกดว่า Narasimha, Narasingh หรือ Narasinga ก็ได้

จุดที่น่าสนใจก็คือ ทำไมพระนารายณ์จึงต้องอวตารมาในรูปแบบพิลึกกึกกืออย่างนี้ด้วยหนอ

ตำนานนรสิงห์อวตารมีหลายเวอร์ชั่น แต่ละเวอร์ชั่นมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่หลักๆ ก็คือ ครั้งหนึ่งพระนารายณ์ได้อวตารเป็นวราหาวตาร (หมูป่า) เพื่อไปสังหารหิรัณยกษะ (Hiranyasha) เพราะอสูรตนนี้จะม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไปทิ้งยังแดนบาดาล เหตุนี้ทำให้น้องชายของหิรัณยกษะ คือ หิรัณยกศิปุ (Hiranyakashipu) รู้สึกเจ็บแค้นยิ่ง และถือว่าพระนารายณ์เป็นศัตรูของตน
Read more »

‘มหาพลีปุรัม – ปอนดิเชรี’ เมืองนี้พี่ลืมไม่ลง : ท่องเที่ยวประเทศอินเดีย

ภารกิจย่ำเมืองแขกยังไม่จบ อินเดียใต้ยังมีอะไรน่าค้นหาอีกมาก สองเมืองสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้จะส่งผมกลับบ้านด้วยรอยยิ้มหรือน้ำตากันแน่..

เสียงชาวทมิฬนาดู (หน้าดุ) สนทนากันดังระงม บ้างเป็นภาษาทมิฬ บ้างเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับคนอ่อนด้อยภาษาอย่างผมไม่ว่าจะภาษาอะไรก็จับใจความไม่ได้อยู่ดี อาการปวดหัวกำเริบแล้ว รู้สึกตึงบริเวณต้นคอและขมับ ผมกำลังเครียด มีเสียงสวดของพราหมณ์หนุ่มดังขึ้น ขอนไม้มะม่วงที่พระนางปวารตีปลูกถวายพระศิวะหล่นทับตัวผม วัวและแพะที่กำลังเล็มขยะหันมาจ้องผมตาเขม็ง พวกมันวิ่งกรูเข้ามาแทะร่างกายผมแทนขยะ ผมวิ่งหนีเข้าไปยังเทวาลัยที่มีพื้นร้อนระอุ ที่ที่ผมจะพึ่งพิงไม่มีอีกต่อไปแล้ว ผมกรีดร้อง…

ทันใดนั้น ผมสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่ารถจอด ณ ที่ใดสักแห่ง ผมเพิ่งออกจากเมืองกาญจีปุรัมมาได้เพียงชั่วโมงกว่าๆ สิ่งที่ผมพบเจอกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความฝันแล้ว กว่าจะกลับถึงประเทศไทย ผมไม่ต้องแบกความทรงจำไปฝันต่อที่บ้านเป็นกระบุงเชียวหรือ

แม้แดดจะร่มแต่ยังไม่ถึงกับเย็นย่ำนัก เมืองมหาพลีปุรัม หรืออีกชื่อว่า มามัลละปุรัม เป็นเมืองริมฝั่งทะเล บรรยากาศสบายๆ เหมาะกับตากอากาศยิ่งนัก แต่ก็ได้แต่ตากอากาศเท่านั้น เพราะคลื่นลมที่นี่แรงมาก แค่ยกกล้องเล็งไปที่ทะเล ละอองน้ำก็กระเซ็นเต็มหน้าเลนส์จนเช็ดแทบไม่ทันแล้ว เอาเป็นว่าแค่รับลมให้พอเหนียวตัวก็เพียงพอ Read more »

. . . . . . . . .