หัวโขน งานช่างยุค ร.2 สวมหัวแทนใส่หน้ากาก

raknoi-yai-450x675
หัวหุ่นหลวงพระรามและ พระลักษมณ์ ร.2 ทรงแกะจากไม้รัก เรียกว่า “พระยารักใหญ่” และ “พระยารักน้อย” ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ภาพโดย นายยุทธวรากร แสงอร่าม)

หัวโขน งานช่างยุค ร.2 สวมหัวแทนใส่หน้ากาก
มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555

หัวโขน ใส่แทนหน้ากาก (ที่มีมาแต่ดั้งเดิม) น่าจะมีขึ้นในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ราวแผ่นดิน ร.1-3 โดยเฉพาะช่วง ร.2 มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทางการช่างและการละเล่นหลายอย่าง
Read more »

ปรัชญาอินเดียก่อนพุทธกาล

๒.๑ ความนำ แนวคิดทางปรัชญาได้มีการศึกษาค้นคว้าวิเคราะห์และเป็นที่ยอมรับร่วมกันว่ามีพัฒนาการมาจากธรรมชาติประการหนึ่งของมนุษย์ คือ ความรู้จักสงสัยใคร่รู้และการรู้จักตั้งคำถามต่อสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวแล้วพยายามคิดค้นหาคำตอบเพื่อคลายความสงสัยในเรื่อง รอบตัวมนุษย์ ตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ ที่เป็นรูปธรรมอันสามารถมองเห็นได้ สัมผัสได้ด้วยสัมผัสที่หยาบ จนถึงเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งที่เป็นนามธรรมอันไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยสัมผัสที่หยาบ หากต้องใช้ประสาทสัมผัสที่ละเอียดขึ้น โดยสรุป ธรรมชาติของมนุษย์มีความสงสัยทั้งในสิ่งที่รู้ที่มองเห็นและสัมผัสได้ ทั้งในสิ่งที่ไม่รู้ที่ไม่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้  Read more »

คติการปลงศพของชาวอินเดีย

ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายทำให้ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติเต็มไปด้วยพิธีกรรมการจัดการศพ สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์มีพิธีกรรมการจัดการศพคล้ายกันคือ แต่งตัวให้ศพอย่างเต็มยศ ฝังอาวุธ หม้อ ไห หรือ สิ่งของต่าง ๆ ลงไปกับศพ เพื่อให้นำไปใช้ในโลกหลังความตาย ต่อมาทั้วโลกรู้จักการทำมัมมี เชื่อว่าดวงวิญญาณจะกลับมาเข้าร่างอีกครั้ง ชาวอินเดียที่เชื่อว่า วิญญาณของมนุษย์เป็นเพียงอาตมันย่อยที่ถูกแบ่งออกมาจากอาตมันใหญ่ เมื่อตายไป อาตมันย่อยจะกลับไปรวมกับอาตมันใหญ่อีกครั้ง อาตมันใหญ๋อาจเรียกว่าพรหมมัน หรือ ปรมาตมัน เมื่อถึงเวลา จะถูกแบ่งอาตมันมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง และเวียนไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ จนมีหลายคนที่ต้องการหลุดพ้นวัฎจักรนี้ แสวงหาการหลุดพ้นมากมาย  Read more »

พระหริหระ การรวมสองมหาเทพไว้ในองค์เดียว

พระหริหระ : การรวมสองมหาเทพไว้ในองค์เดียว ร่องรอยการนับถืิอศาสนาพราหมณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมานานนับพันปี หลักฐานที่เก่าที่สุดพบในประเทศไทย คือ เทวรูปพระวิษณุ (นารายณ์) สวมหมวกทรงกระบอก (รูปซ้ายมือ) แกะสลักด้วยศิลาแบบลอยองค์ ประทับยืนบนฐานแท่นศิลา ศิลปกรรมก่อนสมัยศรีวิชัย ขนาดความสูง 170 เซนติเมตร พบที่เขาวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำหนดอายุราวก่อน พ.ศ. 1000 เทวรูปดังกล่าวอาจเป็นการนำเข้ามาหรืออาจแกะในประเทศก็ได้ ทำให้ทราบว่าในประเทศไทยมีการนับถือไวษณพนิกายมานานแล้ว ในยุคใกล้เคียงกัน บริเวณปากแม่น้ำโขง ประเทศกัมพูชา ปรากาฎร่องรอยการนับถือศาสนาพราหมณ์ เช่นกัน และมีการนับถือทั้งสองนิกาย ไศวนิกาย และไวษณพนิกาย หลักฐานที่สำคัญคือ การพบเศียรเทวรูปหริหระ (รูปขวามือ) อายุราว พ.ศ. 1100 กำหนดอยู่ในศิลปะแรกเริ่มของกัมพูชาคือ ศิลปะแบบพนมดา Read more »

หนุมาน เทพเจ้าผู้ประทานความสำเร็จในการงาน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของพระราม

ถ้าเราจะกล่าวถึง มหากาพย์รามายณะ (Ramayana) อันเป็นมหากาพย์อันเลื่องชื่อของศาสนาฮินดูแล้ว นอกจากพระรามที่เป็นตัวเอกในเนื้อเรื่อง ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึงตัวละครอีกตัวหนึ่งที่มีบทบาทในเรื่อง รามายณะ อย่างมาก นั่นก็คือ หนุมาน (Hanuman)
Read more »

ความเป็นมาของ พราหมณ์ ในประเทศไทย

บทความโดย มูลนิธิพระพิฆเนศ เผยแพร่ในเว็บไซต์สยามคเณศ ห้ามคัดลอกเพื่อการค้า

พราหมณ์เป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งในประเทศไทยมีมานานหนักหนา ดินแดนสุวรรณภูมิเคยมีพราหมณ์เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่ง เช่น พราหมณ์โกณฑัญญะ ผู้เข้ามาได้นางพญาลิ่วของฟูนันเป็นเมีย ได้ก่อตั้งวงศ์วานเป็นปึกแผ่นในประเทศนั้น ก่อนที่ไทยเราจะอพยพมาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิมีพราหมณ์เข้ามามีอิทธิพลก่อนอยู่แล้ว กล่าวเฉพาะเมื่อตั้งประเทศไทยเป็นเอกราชจากขอม เราเคยเป็นพราหมณ์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และปัจจุบันนี้ก็ยังมีพราหมณ์อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ยังมีหอโหรพราหมณ์อยู่หลังพระที่นั่งบรมพิมาน ประมุขของพราหมณ์ปัจจุบัน คือ พระราชครูวามเทพมุนีฯ (สมจิตต์ รังสิพราหมณกุล) ซึ่งตั้งนิวาสนสถานอยู่ใกล้เทวสถานเสาชิงช้า ใกล้วัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อรัชกาลที่ 2 ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา ทรงเรียกบริเวณนี้ว่า “เสาชิงช้า อาวาส วัดพราหมณ์”
Read more »

มหาศิวะราตรี พิธีบูชาพระศิวะในวันมหาศิวาราตรี

มหาศิวะราตรี ความยิ่งใหญ่แห่งพิธีกรรมการบูชาพระศิวะมหาเทพ

พระเทวาธิเทวะ มหาเทวะ (พระศิวะ) พระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ พระผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง พระผู้เกิดก่อนทุกสิ่ง พระผู้ไม่มีวันเกิดและตาย พระองค์มีพระนามมากมาย แต่ละพระนามนั้นมีความหมายดีในตัวเอง พระนามของพระมหาเทพที่กล่าวถึงในโศลกมี 240 พระนาม

พระนามทั้งหลายนี้ เป็นเพียงส่วนน้อยที่เคยได้พบเห็น ได้ยินกันมา และในบางครั้งก็นำเอาพระนามของพระมหาเทพเหล่านี้ มากล่าวสวดเพื่อขอพรในสิ่งที่ปรารถนา หรือในการทำพิธีกรรมบวงสรวงต่างๆ ซึ่งเรียกการสวดมนตร์นี้ว่า มนต์ นามวลี บูชา
Read more »

พราหมณ์ : พระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวายในสมัยอยุธยา

บทความโดย : วาทิน ศานต์ สันติ
ในสมัยอยุธยา  หลักฐานการประกอบพิธิตรียัมปวาย – ตรีปวายที่เก่าแก่และน่าเชื่อถือได้ที่สุดปรากฏอยู่ในกฎหมายตราสามดวง เชื่อว่าตราขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นไม่ช้าไปว่ารัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ศิริพจน์, ๒๕๕๐ : ๕๙) กล่าวถึง “…เดือน๑…เถลิงพิทธีตรียำพวาย” (กฎหมายตรา ๓ ดวงเล่ม ๑, ๒๕๔๘ : ๙๖) กฎมณเฑียรบาลกล่าวถึงพระราชพิธีเพียงสั้น ๆ คือ

“สนานตรียำพวาย พระศรีอรรถราชทูลผ้า พระพลเทพทูลน้ำ พระราชบโรหิตพระครูอภิรามถวายน้ำสังข์ พระมเหธรพระพิเชดถวายน้ำกลด พระญาณประกาศถวายโสสก พระอิศวรรักษาถวายพร ขุนวิสุทธโภชถวายเข้าตอกดอกไม้เข้าเม่าเข้าพอง วังรับเข้าเม่าต้น” (กฎหมายตราสามดวง, ๒๕๔๘ : ๑๐๖)

อีกทั้งยังกำหนดพราหมณ์สำหรับพระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวาย ไว้ตายตัวคือ “ขุนพรมไสมย ครูโล้ชิงช้า นา ๔๐๐” (กฎหมายตรา ๓ ดวงเล่ม ๑, ๒๕๔๘ : ๑๕๘)

นอกจากนั้นยังมีหลักฐานทางวรรณคดี โคลงทวาทศมาส ซึ่งยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าถูกแต่งขึ้นมาในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถหรือ สมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกันแน่    โคลงทวาทศมาสก็ให้ภาพพระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวายในสมัยอยุธยาได้ดังนี้
Read more »

พราหมณ์ : ศาสนาพราหมณ์ในสมัยสุโขทัย

เรียบเรียงโดย วาทิน ศานต์ สันติ
ห้ามคัดลอกเพื่อการค้า เผยแพร่เป็นวิทยาทานเท่านั้น
อาณาจักรสุโขทัย เป็นอาณาจักรที่อยู่ในภาคกลางตอนบนของประเทศไทย มีศูนย์กลางการปกครองที่เมืองสุโขทัย แต่เนื่องจากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยงข้องกับอาณาจักรสุโขทัยมีอยู่จำกัดจึงทำให้เรื่องราวของอาณาจักร ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร เรื่องราวส่วนใหญ่ของสุโขทัยศึกษาได้จากศิลาจารึกร่วมสมัยในสุโขทัยเป็นหลัก ดังเช่น ศิลาจารึกวัดศรีชุม ทำให้เราทราบถึงการก่อตั้งอาณาจักรกล่าวคือ พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด และพ่อขุนบางกลางหาวเจ้าเมืองบางยาง ซึ่งทั้งสองเป็นพระสหายกันและได้ร่วมกันขับไล่ขอมสมาดโขลญลำพงออกจากเมือง สุโขทัย และได้สถาปนาเมืองสุโขทัยเป็นราชธานีต่อมา โดยมีพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นกษัตริย์สุโขทัยพระองศ์แรง เฉลิมพระนามว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
Read more »

ตำนานพระอิศวร โล้ชิงช้าในคัมภีร์เฉลิมไตรภพ

ตำนานพระอิศวรตอนหนึ่งกล่าวว่า เมื่อพระพรหมทรงสร้างโลกรวมทั้งเหล่าสรรพสัตว์แล้ว และขอให้พระอิศวรไปรักษา แต่พระอิศวรทรงหวงใยเกรงว่าโลกนี้จะไม่แข็งแรงเป็นเหตุให้สรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายล้มตาย พระองค์จึงเสด็จลงมาบนโลกเพื่อทดสอบความแข็งแรงด้วยการยืนด้วยพระบาทข้างเดียวในลักษณะไขว่ห้างบนตัวพญานาคนามว่านาลิวันซึ้งใช้หัวและหางผูกยึดระหว่างภูเขาทั้งสองฝังมหาสมุทรจากนั้นทรงทำการโล้เพื่อทดสอบความแข็งแรง ปรากฏว่าโลกยังแข็งแรงดีอยู่หาได้สั่นไหวแตกร้าวไปกับการโล้อันรุนแรงไม่ ยังมีความโสมนัสแก่พระอิศวร เหล้าบรรดาพญานาคทั้งหลายจึงต่างพากันดีใจ ลงเล่นน้ำเป็นการเฉลิมฉลองสนุกสนาน ดังนั้นเสาชิงช้าจึงเปรียบเสมือนคิริขันธ์ ขันสาครเปรียบเสมือนกับมหาสมุทร และ พญานาคเล่นนั้นเปรียบเสมือนการรำเสนงสาดน้ำกัน
Read more »

ดิยา (Diya) สัญลักษณ์แห่งดิวาลี เทศกาลบูชาพระแม่ลักษมี และวันทีปาวลี

“ดิยา (Diya)” คือ ตะเกียงดินเผาใบเล็ก ที่ใช้น้ำมันเนย หรือน้ำมันพืชเป็นเชื้อเพลิง มีฝ้ายเป็นไส้ตะเกียง “ดิยา” ยังเรียกกันในชื่อต่างๆ เช่น “ดิวา (Divaa)” “ดีปาม (Deepam)” หรือ “ดีปัก (Deepak)” ซึ่งถือกันว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล ผู้คนจึงนิยมซื้อหามาจุดกันในช่วงเทศกาลดิวาลี  ”ดิยา” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญคู่เทศกาลแห่งแสงไฟนี้

Read more »

สร้อยมงคลสูตร เครื่องหมายแสดงความสุขสมบูรณ์ในชีวิตคู่ของชาวอินเดีย

ตามธรรมเนียมปฏิบัติในศาสนาฮินดูผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะสวมเครื่องประดับบางอย่างเพื่อแสดงถึงสถานะของการสมรส ซึ่งเครื่องประดับอย่างหนึ่งที่ถือว่าสำคัญมากที่สตรีชาวฮินดูต้องสวมในพิธีแต่งงาน นั่นคือ สร้อยมงคลสูตร (Mangalsutra)

คำว่า มงคลสูตร ตามตัวอักษรแล้วหมายถึง ด้ายมงคล (auspicious thread) ซึ่งมาจากคำสองคำ ได้แก่คำว่า มงคล (mangal) ซึ่งหมายถึง ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมงคล และคำว่า สูตร (sutra) หมายถึง ด้าย มักประกอบด้วยจี้ทองคำ และด้ายสีเหลืองที่เตรียมจากขมิ้น ร้อยลูกปัดสีดำ หรืออาจจะเป็นสร้อยทองแบบง่ายๆ

Read more »

พระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวาย

บทความโดย : วาทิน ศานติ์ สันติ

ลัทธิความเชื่อในศาสนาพราหมณ์มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้พระมหากษัตริย์มี สถานะที่สูงส่งดุจดังเทพเจ้า  ทำให้พราหมณ์มีอิทธิพลต่อพิธีกรรมในราชสำนักเป็นอย่างมาก  โดยรับแบบอย่างมาจากอาณาจักรขอมในสมัยพระนคร  ที่เจริญรุ่งเรืองในดินแดนประเทศไทยราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๘ ด้วยพิธีกรรมที่ประกอบขึ้นเนื่องในวาระสำคัญต่างๆ  ล้วนเป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์  เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีการที่เข้มงวด  และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมฐานะของพระมหากษัตริย์  เช่น  พระราชพิธีบรมราชาภิเษก  ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระราชพิธีที่สำคัญที่สุดในบรรดาพระราชพิธีต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพราหมณ์  เนื่องจากเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์  ที่เป็นการสถาปนาบุคคลให้ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์  เป็นองค์สมมุติเทพที่จะรับภาระแทนทวยเทพ  เป็นเสาหลักและที่พักพิงแก่สรรพสัตว์ในมนุษย์โลก  ให้ได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข นอกเหนือจากพระราชพิธีรัฐเนื่องในการปกครองแล้วยังมีพระราชพิธีประจำเดือน คือ  พระราชพิธีสิบสองเดือน

Read more »

การเจิมบินดิ ติลักษณ์ การเจิมหน้าผากของชาวอินเดีย ผู้บูชาองค์เทพ

บินดิ มีชื่อเรียกเยอะแยะ  เช่น ติกะ, พอททู (อันนี้เป็นภาษาเรียกของทมิฬ), ซินดูร์, ติลักษณ์, ติลักกัม, บินดิยา, กุมกุม ชื่อพวกนี้เรียกแตกต่างกันเพราะความแตกต่างกันของท้องถิ่น หรือ วัสดุที่นำมาใช้ บินดิ มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต บางครั้งก็เรียกว่า บินดี ซึ่งแปลว่า จุด  ชาวอินเดียส่วนมากที่นับถือศาสนาฮินดู เชื่อว่า บินดิเป็นสัญลักณ์อันเป็นมงคล มากกว่าคิดถึงเรื่องความสวยความงาม โดยหญิงชาวฮินดูไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เค้าจะทำสัญลักษณ์นี้ไว้บริเวณระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง  โดยส่วนมากจะใช้ผงซินดูร์ หรือ กุมกุม
Read more »

พิธีทุบมะพร้าว ในวันบูชาพระแม่อุมาเทวี วัดแขกสีลม

การทุบมะพร้าวเพื่อบูชาองค์เทพฮินดู

มะพร้าว ในภาษาสันสกฤตเรียกว่า Sriphala ซึ่งหมายถึง ผลไม้แห่งพระเจ้า ดังนั้นเราจึงเห็นชาวอินเดียนิยมถวายมะพร้าวเป็นลูกๆ เพื่อเป็นของบูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู นอกจากนั้นมะพร้าวยังมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมต่างๆ ของทุกศาสนาไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ฉลองรถใหม่ สร้างสะพานใหม่ เปิดตัวหนังเรื่องใหม่ พิธีเปิดประชุมสัมมนาต่ีางๆ เป็นต้น
Read more »

. . . . . . . . .