| วัสดุที่ใช้ผลิตองค์พระ
ไม่ว่าจะเป็นองค์พระแบบเหรียญห้อยคอ
แบบลอยองค์ หรือแบบตั้งโต๊ะ จะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ควรผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติ
เช่น แกะสลักจากไม้ หินทราย ปั้นจากดิน ผงสมุนไพร ว่าน
เซรามิก แก้ว ตลอดจนโลหะต่างๆ เช่น สำริด ทองเหลือง ทองชมพู
ดีบุก เงิน ทองคำ นวโลหะ ฯลฯ
แต่ในกรณีที่องค์พระมีราคาแพง (เช่น ทองคำ เงิน อัญมณี
ฯลฯ) หรือท่านที่มีทุนทรัพย์ไม่มากพอ ก็แนะนำให้เลือกบูชาองค์พระที่ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์
(พลาสติก ไฟเบอร์กลาส เรซิ่น ฯลฯ) ก็ได้เช่นกัน
มีข้อห้ามเด็ดขาดคือ ห้ามเลือกบูชาองค์พระที่ได้มาจากการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต
เช่น พระพิฆเนศแบบงาช้างแกะสลัก (ซึ่งต้องตัดงาของช้างมาผลิต)
กระดูกสัตว์บด หรือทำจากกระดูก-หนังวัว-เขี้ยว ฯลฯ หรือมวลสารที่ได้มาด้วยความมิชอบ
แต่หากท่านได้มาแล้วด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือด้วยวิธีใดก็ตาม
ก็ไม่ควรนำไปทิ้ง แต่ให้เก็บรักษาเอาไว้โดยไม่ห้อยคอ |
|
| ปลุกเสก-ไม่ปลุกเสก???
การจะเลือกเช่าบูชาเทวรูปทั้งหมดในศาสนาพราหมณ์นั้น
ผู้บูชาจะจัดหามาโดยจะเลือกที่ผ่านพิธีเบิกเนตร หรือไม่เบิกเนตรมาก็ได้
เนื่องจากในอินเดียนั้นก็ไม่มีข้อห้ามใดๆ เพียงแต่เพื่อความสบายใจแล้ว
ผู้คนก็นิยมเลือกบูชาแต่องค์พระ ที่ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกมาแล้วทั้งสิ้น
ทั้งนี้ องค์พระ-วัตถุมงคล-เทวรูป ที่ผู้บูชาเลือกเช่ามานั้น
จะผ่านการปลุกเสกเบิกเนตรมาหรือไม่ ความจริงเราก็ไม่สามารถแยกออกด้วยตาเปล่า
หรือการสัมผัสด้วยมือ หรือแม้แต่สัมผัสด้วยจิตได้เลย |
ในบางครั้ง ผู้บูชาอาจจะถูกหลอกให้เช่าพระราคาแพง
ที่อ้างว่าปลุกเสกมาแล้ว แต่ในความเป็นจริงไม่ได้ปลุกเสกมาเลยก็เป็นได้
ผู้เขียนจึงย้ำผู้ศรัทธาทุกท่านเสมอว่า ให้บูชาตามกำลังทรัพย์ของตน
โดยเน้นไปที่การสวดมนต์และจัดถวายของจะดีกว่า
แต่หากท่านต้องการความสบายใจ โดยจะบูชาองค์พระที่ผ่านพิธีกรรมเบิกเนตรปลุกเสกมาแล้ว
ก็ควรดูจากพิธีกรรมที่มีความชัดเจน ประธานจัดสร้างและพระสงฆ์ที่ปลุกเสกควรมีความน่าเชื่อถือ
(แท้ที่จริงต้องเป็นคณะพราหมณ์ มิใช่พระสงฆ์) พิธีกรรมควรมีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างที่แน่นอนและเปิดเผย
หรือหากในพิธีมีคณะพราหมณ์มาทำหน้าที่อัญเชิญเทพก็จะสมบูรณ์กว่า
สถานที่ปลุกเสก-เบิกเนตร ในประเทศไทย
ผู้ที่ต้องการนำพระพิฆเนศไปปลุกเสกเอง ให้นำองค์พระของตน
ไปเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เช่น ในวันคเณศจตุรถี
ถือเป็นวันสำคัญทางศาสนาฮินดู จะมีการทำพิธีที่วัดหลายๆแห่งทั่วประเทศ
โดยเฉพาะที่วัดแขกสีลม เพียงท่านนำพระติดตัวไปด้วย เมื่อเข้าไปในพิธีก็นำองค์พระของท่าน
ยกขึ้นจรดหน้าผาก หรือชูขึ้นเหนือหัว ตั้งจิตอธิษฐานขอให้บารมีของเทพมาสถิตอยู่
ณ องค์พระของท่าน เท่านี้ก็เสร็จสิ้นการเชิญบารมีองค์พระด้วยตนเอง
หรือหากยังไม่มั่นใจ สามารถไปที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์-เสาชิงช้า
แล้วเข้าไปขออนุญาตกับคณะพราหมณ์ข้างใน ว่าอยากให้เบิกเนตรองค์พระให้
ท่านก็จะได้องค์พระที่เบิกเนตรอย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องไปเสียเงินเช่าพระที่ปลุกเสกมาในราคาแพง
****ทุกครั้งที่นำพระไปเบิกเนตร แนะนำให้บริจาคเงินให้โบสถ์พราหมณ์ด้วย
เพียงเล็กน้อยก็ได้ตามกำลังศรัทธา เพื่อเป็นค่าบำรุงเทวสถาน |
|
| องค์พระที่แตกหัก-เสียหาย...ห้ามทิ้ง!!
เทวรูป-องค์พระที่ท่านได้มานั้น
หากเกิดการแตกหักเสียหาย
เช่น พระกร (มือ) แตกหัก หรือศาสตราวุธหลุด-บิดเบี้ยว
แม้แต่เศียร (หัว) ขาด ก็ไม่ควรนำไปทิ้ง หรือมอบให้ผู้อื่นด้วยความที่ตนเองไม่อยากได้แล้ว
ควรซ่อมแซมก่อน เช่น ถ้าติดกาวได้ก็ควรทำ หรือถ้าซ่อมไม่เป็นก็ให้เก็บรักษาไว้
ถ้าเห็นแล้วเกิดความไม่สบายใจก็เก็บใส่กล่องแล้วเก็บไว้ที่สูงก็ได้
|
การเก็บองค์พระที่เสียหายไว้นั้น
ไม่ก่อให้เกิดอาบัติเภทภัยใดๆ ไม่ก่อให้เกิดโชคร้ายดังที่เข้าใจกัน
ในทางกลับกัน ยังเป็นการแสดงตนให้พระท่านเห็นว่า แม้ว่าองค์พระจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม
ท่านก็ยังมีความศรัทธาและพร้อมจะเก็บรักษาไว้เสมือนสมบัติล้ำค่า
องค์พระที่ตกแตกกระจัดกระจายหรือแม้จะถูกทำลายจนป่นเป็นผง
ก็ให้รวบรวมบรรจุใส่กล่อง กระถาง หรือขวดโหล แล้วตั้งไว้ที่เดิมที่ท่านกราบไหว้บูชาตามปกติ
หากท่านไม่สนิทใจที่จะตั้งไว้ที่เดิม ก็นำเก็บใส่ลิ้นชักหรือใส่กล่องไว้ที่สูงก็ได้
แต่ห้ามนำไปทิ้งไว้ตามวัดหรือศาลเจ้าที่ข้างทางที่ไม่มีผู้ดูแล
(เหมือนที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมทำกันกับพระพุทธรูปที่แตกเสียหาย
แล้วนำไปทิ้งไว้ที่วัด) หากจัดหาองค์ใหม่มาประดิษฐานได้ก็ดี
แต่ถ้ายังหาไม่ได้ก็กราบไหว้องค์เดิมที่เสียหายไปแล้วก็ไม่เป็นการบาปแต่อย่างใด
ไม่ว่าจะเป็นองค์เทวรูปขนาดใหญ่บนโต๊ะหมู่บูชา หรือพระเล็กๆสำหรับห้อยคอก็ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน
สังเกตุได้จากพิพิธภัณฑ์ต่างๆ จะเก็บรักษาเทวรูปเก่าแก่
โดยไม่เลือกว่าเสียหายหรือไม่เสียหาย
อีกแง่หนึ่ง แม้ท่านจะได้รับองค์พระหรือเทวรูปที่มีความงดงาม
สร้างอย่างพิถีพิถัน ไม่มีตำหนิ ผ่านพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่
เช่ามาในราคาแพงมาก หรือเป็นอัญมณีมีค่าปานใด หากท่านไม่มีวินัยในการบูชา
สวดมนต์บ้างไม่สวดบ้าง ถวายของตามมีตามเกิด ปล่อยองค์พระให้ฝุ่นจับหนาเตอะโดยไม่ทำความสะอาด
อย่างนี้ก็ไม่เกิดมงคล การบูชาก็ล้มเหลว องค์พระที่ได้มาก็จะเสื่อมอานุภาพลง
และอาจจะส่งผลร้ายต่อตัวท่านเองก็เป็นได้!!! |
|
 |
การนำองค์พระไปด้วยเมื่อต้องเดินทาง
หากท่านต้องเดินทางไปไหนไกลๆ
แนะนำให้อัญเชิญพระพิฆเนศแบบห้อยคอ หรือแบบลอยองค์เล็กๆ
ติดตัวไปด้วย เพื่อจะได้สวดมนต์ต่อท่านได้สะดวก
แต่ในกรณีที่ออกจากบ้านแล้วลืม ก็ไม่จำเป็นต้องมีครับ
เพียงท่านสวดมนต์ระลึกถึงองค์พระพิฆเนศ ตั้งจิตอธิษฐานให้องค์ท่านคุ้มครอง
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว หรือเพียงนำกระดาษเปล่า มาเขียนบทสวดมนต์ที่ท่องเป็นประจำ
บทไหนก็ได้ แล้วพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ หรือสอดไว้ใต้หมอน
จากนั้นสวดมนต์อธิษฐานก่อนนอนก็เกิดผลที่ดีเช่นเดียวกัน
องค์พระในบ้าน ถ้าเป็นองค์ใหญ่มาก ไม่สามารถนำติดตัวไปได้
ก็เพียงแต่พกรูปพระพิฆเนศ หรือบางท่านก็นำโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปองค์พระพิฆเนศของตนเอง
เพื่อเก็บไว้ดู และเพื่อระลึกถึงในยามที่สวดมนต์ตอนอยู่นอกบ้านก็ให้ผลดีมากๆ
ไม่แตกต่างกัน
ท่านที่หารูปบูชาไม่ได้ จะ Save รูปจากเว็บไซต์นี้ไป Print
หรือเก็บเอาไว้บูชาก็ได้ครับ
ยังไงก็ศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน...หรือจะอุดหนุนรูปภาพบูชาพระพิฆเนศ
และเทพองค์อื่นๆของสยามคเณศ ก็เชิญได้ด้านล่างนี้เลยนะครับ
รายได้รวบรวมไปบริจาคโบสถ์พราหมณ์ และวัดเทพมณเฑียรครับ
www.SiamGanesh.com |
|