พระพิฆเนศ วัดพวกช้าง เชียงใหม่

พระพิฆเนศวัดพวกช้าง

พระพิฆเนศ วัดพวกช้าง เชียงใหม่
ภาพถ่ายโดย : ชวภณ รติกรวรโชค

สถานที่ตั้งของวัด

วัดพวกช้างตั้งอยู่  เลขที่ ๒  ถ.ศรีดอนไชย  ต.หายยา  อ.เมือง  จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับไนท์บาร์ซ่าร์

ประวัติความเป็นมาของวัด

วัดพวกช้างเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่  สร้างในสมัยราชวงศ์มังราย  ตั้งอยู่ทิศอาคเนย์เฉียงเวียงใต้เวียงหลวง  ใกล้แจ่งกะต๊ำ  เป็นวัดขนาดเล็ก  ชั้นนราษฎร์  ได้รับการทำนุบำรุงสืบต่อมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย  สมัยพม่าปกครองประเทศล้านนา  สมัยกรุงธนบุรี  จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบัน

วัดพวกช้างสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๐๔๐ (คือ สร้างขึ้นสมัยราชวงค์มังรายในรัชกาลของพระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือ พระเมืองแก้ว กษัตริย์ เชียงใหม่ล้านนา) ได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๖”

วัดพวกช้างมีพระครูธรรมธรรุ่งโรจน์ ฐานวีโร เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาวัดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างศาลาบาตร ซึ่งเป็นศาลาบาตรที่งดงามแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ในรูปแบบศิลปะล้านนาประยุกต์

วัดพวกช้าง โดยการนำของ ท่านพระครูธรรมรุ่งโรจน์ ฐานวีโร เจ้าอาวาส  ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด้านหน้าวัด และ ปรับปรุงตัวอาคารกุฏิหลังเดิม เพื่อให้เป็นที่พักอาคันตุกะ โดยทุนทรัพย์ที่ใช้ในการปรับ ปรุงครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจาก ท่าน เจ้าคุณพระวิสุทธิสุนทร เจ้าอาวาสวัดอมรคีรี กรุงเทพฯ ได้ เมตตาเป็นองค์ประธานในการจัดตกแต่งและปรับภูมิทัศน์ในครั้งนี้

สำหรับที่พักอาคันตุกะของวัดพวกช้างนั้น ได้เน้นในรูปแบบ ศิลปะแบบล้านนา ไม่ว่าจะเป็นการจัดตกแต่งภายนอกหรือภายใน การจัดวางข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หรือการจัดประดับตกแต่งด้วยภาพวาด ก็จะเน้นในรูปแบบศิลปะของ ล้านนาทั้งสิ้น ทั้งนี้ท่าน

พระครูธรรมธรรุ่งโรจน์ ฐานวีโร ท่านเจ้าอาวาส วัดพวกช้าง กล่าวว่า… เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะรูปแบบของล้าน นาเอาไว้ และยังเป็นการเผยแพร่งานด้านศิลปะเหล่านี้ให้กับแขก ผู้มาพัก ได้เห็นความงดงามและเห็นคุณค่าของศิลปะล้านนาด้วย
ธรรมมาสน์ทรงล้านนา  โดย พระครูสุวัตถิ์ปัญญาโสภิต เจ้าอาวาสวัดแสนเมืองมาหลวง (หัวข่วง) ถวายไว้ ณ วัดพวกช้างเนื่องในงานทำบุญอายุครบ ๔๒ ปี พระครูธรรมรุ่งโรจน์ ฐานวีโร เจ้าอาวาสวัดพวกช้าง ในโอกาสนี้พระครูธรรมธรรุ่งโรจน์ ฐานวีโร พร้อมคณะศรัทธาวัดพวกช้าง ขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตที่เมตตาของพระครูสุวัตถิ์ปัญญาโสภิต ที่ได้น้อมนำธร รมมาสน์นี้มาถวายไว้ ณ วัดพวกช้าง

temple.chiangmaidream.com

———————————————-
ประวัติวัดพวกช้าง จ.เชียงใหม่

ปัจจุบันสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายหลักฐานบันทึกในสมุดข่อยดำ (ปั๊มหลั่นดำ) เขียนด้วยดินสอแก้ว อักษรไทยยวน (ตั๋วเมือง) ตัวเลขโหรา พบสมุดข่อยเล่มนี้ ณ บนหอไตร วัดโชติการามเจดีย์หลวงวรวิหาร เมื่อพ.ศ.๒๕๑๗

ปริวรรตเป็นอักษรไทย “วัดบัวเงินจอกปอก ตั้งอยู่ในแขวงด้วยประตูหล่ายแก่ง ใน(กำแพง)เวียงเชียงใหม่ ชั้นนอก เจ้าอธิการชื่อ ตุ๊วงสา นิกายน่าน ยังไม่ได้เป็นอุปปัจฌายะ รองอธิการชื่อ ตุ๊สิทธิวงสา จำนวนพระลูกวัดในพรรษานี้มี ๔ องค์ พรรษาก่อน ๓ องค์ เณร ๑๑ตน ขึ้นแก่วัดมหาวัน”

บันทึกในสุดข่อยดำ (ปั๊มหลั่นดำ) อีกเล่มหนึ่ง อักษรไทยยวน ฯลฯ “…เถิงเมื่อจุฬศกกพทะได้ ๑๑๙๙ต้ว ปีเมืองเร้า เดือน ๖ ออก ๙ ไทร้วงไก๊ ยามแตรค่ำ (พ.ศ.๒๓๘๑ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ข้างขึ้นวันอาทิตย์ ยามแตรค่ำ (เวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๓๐) ซ่ำมาได้ลีดเหลาบวกคุมสมกองดูแถมใหม่ยังเส้นกล้านกลมโบสถ และหัววัดทั้งหลายทั้งในเวียงนอกเวียงทั้งหมด มีประหมาน(บริบูรณ์, เต็มไม่มีเศษ) เท่านี้แล”

วัดบัวเงิน วัดจอกปอก หรือวัดพวกช้าง ตามหนังสือประวัติวัดทั้งราชอาณาจักรเล่ม ๙ กองพุทธศาสนาสถานกรรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเททพฯ๒๕๓๓ หน้า ๓๗๕ กล่าวว่า… “ที่ดินตั่งวัดนี้มีเนื้อที่ ๓ไร่ ๒งาน ๕ตารงวา วัดพวกช้างสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๐๔๐ (คือสร้างขึ้นสมัยราชวงศ์มังรายในราชกาลของพระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช หรือ พระเมืองแก้ว กษัตริย์เชียงใหม่ล้านนา) ได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๖

วัดบัวเงิน คนทั่วไปเรียก วัดจอกปอกบ้าง วัดพวกช้างบ้าง คำว่า “จอกปอก” มีความหมายที่น่าศึกษาตามพจจนานุกรมล้านนาไทย ฉบับแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ ๒๕๓๓ หน้า ๓๒๔ :แยกเป็นสองคำอธิบายว่า “จอก” เป็นคำนาม หมายถึงกระจุก-ทำให้ของขมวดกันเขี้นเป็นกระจุกผม อย่างจุกผม จุกกระทัยม หรือเป็นห่อที่ใช้ไม้กลัดปลายใบตองเป็นจุกอย่างห่อขนมใส่ไส้เป็นต้น เป็นคำนามที่๒ เรียกขนมเทียนว่า “เข้าหนมจอก”

หน้า๓๔๙ “ปอก” เป็นคำนาม หมายถึงปลาตะเพียนเหลือง ชื้อเรียกปลาน้ำจืดชนิด PuntiusGonionotusในวงศ์ Cypninideหนวดสั้น เกล็ดสีขาวเงิน ขอบเรียบ ลำตัวป้อมสั้น แบนข้าง เรียกว่า ปลาปอก เป็นคำวลี เรียนแคระ, แกร็น, ค่อม, เตี้ย, แจ้ กว่าธรรมดา อ้วนเตี้ย เตี้ยสั้น ใช้กับสิ่งที่มีขนาดกลาง ปอกหลอก ก็ว่าถ้าขนามเล็กใช้ “ปิก” หรือ “ปิกหลิก” ถ้าขนาดใหญ่ใช่ “ปก” หรือ “ปกหอลก” (เช่น ป๋มปกหลอก)

หน้า ๘๖๐ คำว่า “พวกช้าง” เป็นคำนามหมายถึง บุคคล หรือกลุ่มบุคคลซึ่งมีหน้าที่ตามกำหนด “ช้าง” พวกช้าง เป็นคำนามคือนายช้าง, เหล่าช้าง, กองช้าง

สรุป วัดแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของนครเชียงใหม่ สร้างสมัยราชวงศ์มังราย ตั้งอยู่ทิศอาคเนย์ตะวันออกเฉียงใต้เวียงหลวง ใกล้แจ่งกะตั๊มเป็นวัดขนาดเล็ก ชั้นราษฏร์ได้รับการทะนุบำรุงสืบต่อกัน นครเชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองหงสา วัดนี้มิได้ถูกทำลายเหมือนว่าได้รับการอุปถัมภ์ด้วยดี ต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ปรากฏว่ามีเจ้าอาวาสรูปหนึ่ง เป็นเชื้อชาติจีนอพยพมาจากเมืองธนบุรี พร้อมด้วยญาติ ท่านมาพำนักวัดบัวเงิน ชื่อพระภิกษุสุรินทร์

ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ทรงซึ่งมนต์วิเลส เป็นพระเถระทำน้ำมนต์ขลังกินอาบบำบัดโรคภัยไข้เจ็บหายได้ ศรัทธาญาติโยมเคารพนับถืออดีตหลวงพ่อพระครูสุคันธนคุณ (จันทร์แก้ว สุคนฺโธ) วัดป่าพร้าวนอกเคยเล่าไว้ว่า“ครูบาสุรินทร์ วัดจอกปอก ถือคาถาขึ้นมากนัก น้ำมนต์ของท่านใส่ขวดส่งไปให้ญาติถึงเมืองจีน ท่านใช้มนต์ชื่อ แหพันชั้น ออกเสียงคำเมืองว่า คาถาแหปันจั๊น อย่างไรก็ตามได้คัดลอกมนต์บทนี้ ไว้ท้ายประวัติวัด เผื่อว่ากุลบุตรเจ้ารูปใด องค์ใด ต๋นใดมีบุญบารมี “ถูกหล้าง” จะได้นำคาถาบทนี้ไปทำน้ำมนต์โปรดศรัทธาญาติโยมได้เหมือน ครูสุรินทร์ ในปัจจุบันและอนาคต แม่ฆารวาสวิสัยก็ทำได้เชิญนำไปท่องสาธยายเถิด อาจได้ผลหากบุญบารมีสั่งสมแต่ชาติปางก่อนมาแล้วดั่งคำโบราณกล่าวว่า

“บ่าหล้างดีต๋ายต๋าย

บ่าหล้างดีหาย หาย

บ่าหล้างดีฉิบหาย ฉิบหาย

หน้าต๋ายแต๊แต๊บ่ต๋ายสักกำ”

Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.

Comments are closed.

. . . . . . . . .