พระสีวลีปางจกบาตร พระสีวลีปางอุ้มบาตร

พระสีวลีปางจกบาตร นี้ เป็นปางที่ได้รับความนิยม ปางนี้อยู่ในลักษณะของพระสงฆ์นั่งขัดสมาธิ มือสายอุ้มบาตร มือขวานั้นล้วงลงไปในบาตร อากัปกิริยาคล้ายกำลังฉันอาหาร พระสีวลีจกบาตรปางนี้มักจะทำให้เกิดความสับสนกับรูปเคารพของพระอุปคุต เนื่องจากพระอุปคุตก็มีปางจกบาตรเช่นกัน แต่มีข้อแตกต่างที่สังเกตได้ง่ายๆ คือรูปปั้นของพระอุปคุตจกบาตรนั้น จะเห็นแหงนหน้าเยื้องไปทางขวา แต่พระสิวลีจกบาตรจะหันหน้าตรง หรือบางครั้งหากเป็นรูปปั้นพระสิวลี จะมีกลดที่หุบอยู่ปักอยู่ข้างๆ ตัวด้วย

พระสีวลีจกบาตรปางนี้ เชื่อกันว่าบูชาแล้วจะได้รับโชคลาภสักการะอันอุดม เหมือนกับที่พระสีวลีได้ลาภสักการะฉันนั้น อนึ่งปางนี้เป็นที่นิยมในศรีลังกาด้วยเช่นกัน โดยจะบูชากันในรูปภาพพิมพ์พระสีวลีจกบาตรติดตามฝาบ้าน ว่ากันว่าชาวไทยได้แนวคิดการบูชาพระสีวลีปางจกบาตรจากภาพเคารพของศรีลังกานี้เอง Continue reading พระสีวลีปางจกบาตร พระสีวลีปางอุ้มบาตร

พระสีวลีปางธุดงค์ ปางของพระสีวลี

ปางธุดงค์ เป็นปางที่ได้รับความนิยมมากในการสร้างรูปหล่อพระสีวลี เพราะเห็นได้บ่อยที่สุด เมื่อใดที่เห็นรูปปั้นพระธุดงค์ ย่อมเข้าใจได้ในทันทีว่า นั่นแหละคือพระสีวลี ปางนี้มีลักษณะเป็นพระยืน บ้านก็อยู่ในท่าเดิน มือขวาถือไม้เท้ายันพื้น มือซ้ายถือกลด สะพายย่าม และ บาตร โดยสิ่งของแต่ละอย่างล้วนมีความหมายดังนี้

ไม้เท้า หมายถึง มีผู้คอยอุปถัมภ์ค้ำชู
กลด หมายถึง ความร่มเย็นเป็นสุข
บาตร หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์
ย่าม หมายถึง ความพรั่งพร้อมด้วยจตุปัจจัย

ปางนี้มีที่มาจากตำนานของพระสีวลีในพระไตรปิฎก ที่เคยออกเดินทางธุดงค์ไปในที่ต่างๆ และได้รับลาภสักการะมากมายจากทั้งเหล่ามนุษย์และเทวดา ด้วยความที่เป็นพระอรหันต์ซึ่งมีบุญในด้านลาภสักการะมากนั่นเอง ทำให้เป็นที่รักใคร่ของบรรดามนุษย์และเทวดาทั้งหลาย Continue reading พระสีวลีปางธุดงค์ ปางของพระสีวลี

พระธาตุพระสีวลี ความเชื่อเรื่องพระธาตุของพระสีวลี

พระธาตุพระสีวลี มีลักษณะคล้ายเม็ดพุทรา มีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าไข่ปลาจนไปถึงใหญ่เท่ากำปั้น ลักษณะภายนอกจะมีปุ่มโปนงอกขึ้นทั่วองค์ บางองค์ก็มีปุ่มมากเสียจนมองดูคล้ายผลน้อยหน่า บางองค์ก็คล้ายเมล็ดมะละกอ บางองค์ก็คล้ายผลยอป่า มีสีหลายสี ทั้งสีเขียว สีแดงเหมือนสีหม้อใหม่ สีพิกุลแห้ง สีเหลืองเหมือนหวายตะค้า หรือ สีขาวเหมือนสังข์

จากลักษณะภายนอกของพระธาตุพระสีวลีที่มีปุ่มโปนขึ้นทั่วองค์นั้น ที่มีความเชื่อมาแต่โบราณว่า นี่คือสัญลักษณ์แห่งการงอกงาม ผู้ใดมีไว้สักการะบูชาจะไม่มีวันอดอยากตลอดชีวิต เชื่อกันว่าพระธาตุพระสีวลีมักพบตามถ้ำ โดยเฉพาะถ้ำที่มีน้ำขังลอดผ่านด้านใน โดยถ้ำนั้นจะต้องสะอาดและชุ่มเย็น พระธาตุพระสีวลีจะอยู่ตามหลืบถ้ำ มักพบอยู่บนแท่นหินรูปร่างคล้ายดอกบัว และมักแช่อยู่ในน้ ำทั้งนี้องค์พระธาตุพระสีวลีจะต่างกับตะกอนน้ำทั่วไปตรงที่ พระธาตุพระสีวลีจะมีความแข็งแกร่งมาก ไม่แตกง่าย หากใครนำมาบูชาไว้ในบ้านแล้วสักการะบูชาโดยชอบ รักษาศีล ทำกุศลอย่างดี พระธาตุจะเสด็จมาเพิ่ม หรือ เปลี่ยมจากเดิมเป็นองค์ใหม่อีกองค์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะใส่ตลับหรือเจดีย์บูชาไว้อย่างมิดชิดก็ตาม Continue reading พระธาตุพระสีวลี ความเชื่อเรื่องพระธาตุของพระสีวลี

พระสีวลีกับชาวมอญ

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของ พระฉิมพลี ผู้นำมาซึ่งโชคลาภ

พระฉิมพลี นี้ก็คืออีกนามหนึ่งของ พระสีวลี นั่นเอง พระสีวลีนี้ไม่ใช่ได้รับความนิยมแต่เพียงในสังคมไทยเท่านั้นแต่ในสังคมของชาวมอญ ท่านจะได้รับความเคารพนับถือมากทีเดียว

ถ้ากล่าวถึงชาวพม่านับถือพระอุปคุต ชาวมอญก็เคารพนับถือพระสิวลีว่ายิ่งใหญ่เหนือใคร

ในชุมชนชาวมอญนั้นแทบทุกบ้านจะปั้นรูปปั้นพระสีวลี ไว้บูชากันอย่างแพร่หลาย ด้วยความเชื่อที่ว่า การบูชาพระสีวลีนั้นจะนำมาซึ่งโชคลาภ ความสุข ความเจริญ และ ความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องโชคลาภแล้วในทัศนะของชาวมอญ พระสีวลีเป็นพระอรหันต์ผู้เป็นแบบฉบับของพระธุดงค์ในสมัยพุทธกาล เพราะท่านมักจาริกไปตามถิ่นฐานต่างๆ เพื่อรับของบิณฑบาตจากประชาชนบ้าง สนทนาธรรมบ้าง และในขณะที่ท่านเที่ยวจาริกไป สิ่งที่ท่านติดตัวไปธุดงค์มีแค่ ไม้เท้า กลด ย่าม บาตร และลูกประคำเพียงเท่านั้นเอง นี่จึงเป็นที่มาของรูปปั้นพระสิวลีที่ชาวมอญใช้บูชา ซึ่งจะมีลักษณะของพระสิวลีที่กำลังออกธุดงค์ พร้อมทั้งข้าวของเครื่องใช้ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้นเอง Continue reading พระสีวลีกับชาวมอญ

ความเชื่อเกี่ยวกับพระสีวลี

ความเชื่อเรื่องโชคลาภรวมทั้งโชคลางต่างๆ นั้น ผูกพันกับคนไทยอย่างแนบสนิทจนเข้าไปอยู่กับวิถีชีวิตอย่างไม่รู้ตัว หลายครั้งเมื่อไม่ได้ดังที่หวังก็นึกไปเสียว่าโชคไม่ดี หรือ บางทีได้ลาภมาก็นึกยินดีเสียว่าโชคดี ด้วยเหตุที่ความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาภเป็นความเชื่อที่อยู่คู่คนไทยมาโดยตลอด ดังนั้นในฐานะที่พระสีวลีเป็นพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญในพุทธศาสนา พ่วงด้วยตำแหน่งผู้เป็นเลิศทางด้านผู้มีลาภมาก ทำให้พระสีวลีได้รับการเคารพสักการะเป็นอย่างมากในประเทศไทยรวมถึงอาณาจักรล้านนาที่บูชาพระสีวลีมานานเช่นกัน

ซึ่งที่อาณาจักรล้านนานี่เอง พระสีวลีเป็นที่รู้จักกันในชื่อ พระสิมปะลี หรือ พระฉิมพลี บางแห่งขนานนามท่านไปว่าเป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ บ้าง อรหันต์แห่งโชคลาภบ้าง นอกจากนี้ประเทศใกล้เคียงที่มีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติอย่างศรีลังกา ก็นับถือพระสิวลีด้วยเช่นกัน แต่ทางศรีลังกาจะบูชาท่านเป็นภาพพิมพ์หรือเป็นรูปวาดเสียมากกว่า

ความเชื่อเกี่ยวกับพระสิวลีก็มีปรากฏอยู่หลายตำนานให้ได้ศึกษากัน ดังจะอธิบายในบทต่อๆ ไป

จากหนังสือ พระสีวลี อรหันต์แห่งโชคลาภ โดย นทธัญ แสงไชย // สำนักพิมพ์อมรินทร์

ตำนานพระสีวลี ผู้เป็นเลิศในลาภสักการะ

ผลบุญที่ทำให้พระสีวลีเป็นผู้ที่มีลาภสักการะมาก ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวท่านเท่านั้น แต่ส่งผลถึงคณะสงฆ์ซึ่งรวมไปถึงช่วยเกื้อกูลพระพุทธองค์ในบางครั้งอีกด้วย

ขอกล่าวถึงเรื่องราวของพระเรวตะ สักเล็กน้อยดังนี้ ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปยังป่าไม้ตะเคียน เพื่อพบพระน้องชายของพระสารีบุตร คือ พระเรวตเถระ ในสมัยพระพุทธกาลมีพระสาวกนามว่าเรวัตตะ 2 รูป อีกรูปคือพระกังขาเรวตเถระ หลังจากที่พระสารีบุตรบวชแล้วท่านได้พาน้องชายและน้องสาวอีก 5 คนออกบวชด้วย นางสารีพราหมณี ผู้เป็นมารดา กลัวว่าจะไม่มีผู้สืบสกุลและดูแลทรัพย์สมบัติ จึงต้องการรั้งตัวพระเรวัตตะซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องไว้ด้วยการแต่งงาน

ในขณะนั้นพระเรวัตตะกุมาร มีอายุได้ 7 ปี เมื่อถึงวันแต่งงาน ก็ได้พบเจ้าสาวรุ่นราวคราวเดียวกันและเครือญาติเมื่อได้เห็นรูปร่างหน้าตาเหี่ยวย่นและไร้เรี่ยวแรงของยายของเจ้าสาว จึงถามกับญาติเจ้าสาวว่า ต่อไปเจ้าสาวของตนจะเป็นแบบนี้หรือไม่ ญาติก็ตอบว่าใช่ เรวตกุมารจึงเห็นความไม่เที่ยงของรูปสังขาร และไม่ต้องการใช้ชีวิตอย่างนี้อีกต่อไป ท่านจึงต้องการออกบวทช พระเรวัตตะกุมารจึงออกอุบายโดยระหว่างที่เดินทางไปบ้านของเจ้าสาว ได้บอกญาติของเจ้าสาวว่าปวดท้อง ขอแวะปลดทุกข์ข้างทางแล้วจะตามไป แต่ความจริงได้หนีไปยังสำนักสงฆ์ใกล้เคียงเพื่อขอบวช Continue reading ตำนานพระสีวลี ผู้เป็นเลิศในลาภสักการะ

พระสีวลีผู้เป็นเลิศในลาภสักการะ

หลังจากที่พระสีวลีออกบวชโดยมีพระสารีบุตรเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว ท่านก็ต้องการจะทดสอบบุญของตนเอง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดจากการทดสอบบุญนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยลาภสักการะของท่าน

พระสิวลีทดสอบบุญ…ครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธองค์จะเสด็จไปยังนครสาวัตถี พระสีวลีเถระได้เข้าไปเฝ้าพร้อมทั้งกราบทูลว่า ต้องการทดสอบเรื่องลาภสักการะของตนเองจึงขอให้พระพุทธองค์ประทานพระภิกษุ ๕๐๐ รูป ให้ติดตามท่านไปด้วย

เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบความปรารถนา จึงตรัสอนุญาตและรับสั่งให้พระสีวลีพาพระภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูป ออกเดินทางไปยังป่าหิมพานต์ Continue reading พระสีวลีผู้เป็นเลิศในลาภสักการะ

พระสีวลีออกบวช

เมื่อพระสีวลีประสูติออกมา และพระนางสุปปวาสาได้พักฟื้นหลังจากที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการตั้งครรภ์บุตรเป็นเวลานาน 7 ปี 7 วัน จนแข็งแรงดีแล้ว พระนางก็มีพระประสงค์ที่จะถวายมหาทานติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน จึงได้แจ้งแก่พระสวามีให้กราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์ พร้อมด้วยคณะภิกษุสงฆ์ ให้มารับมหาทาน เป็นอาหารบิณฑบาตในพระราชวังเป็นเวลาตลอด 7 วันนี้

ในวันที่ถวายมหาทานแด่พระพุทธเจ้าและคณะสงฆ์ พระสีวลีกุมาร แม้ประสูติได้ไม่นานนัก แต่เนื่องจากอยู่ในครรภ์นานถึง 7 ปี ก็ทรงมีพระวรกายแข็งแรงและมีปัญญาเปรียบประดุจเด็กอายุ 7 ปี ได้ทำงานช่วยพระบิดาและพระมารดา จัดแจงการงานต่างๆ ในวันถวายมหาทานด้วย

ในขณะที่พระกุมารกำลังช่วยงานอยู่นั้นเอง พระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเอตทัคคะทางด้านผู้มีปัญญามาก ก็ได้เฝ้าสังเกตดูกิริยาอาการของพระกุมารอยู่ตลอดเวลา และรู้สึกพอใจในตัวของพระสีวลีเป็นอันมาก Continue reading พระสีวลีออกบวช

การกำเนิดพระสีวลี โดยการทรงประทานพรของพระพุทธเจ้า

เนื่องจากพระนางสุปปวาสา ได้ตั้งครรภ์มานานถึง 7 ปี การคลอดซึ่งโดยปกติก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่แล้วก็ดูท่าว่าจะยากขึ้นไปกว่าผู้อื่น เพราะทารกในครรภ์นั้นหลงครรภ์ กล่าวคือ ตามปกติของมนุษย์นั้นเวลาจะคลอดเด็กในครรภ์จะต้องกลับหัวลงเพื่อที่จะได้คลอดออกมาอย่างสะดวก แต่กรณีของพระนางสุปปวาสานี้ ทารกไม่ยอมกลับหัวลง ในบางขณะก็กลับเอาขาลง

เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้พระนางสุปปวาสามีความเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัส ด้วยความที่เจ็บครรภ์จะคลอดแต่กลับคลอดไม่ได้ พระนางได้รับทุกขเวทนาทางกายจากการเจ็บครรภ์อย่างนี้อยู่ถึง 7 วัน จนถึงกับเกิดความคิดว่าตนเองจะต้องตายพร้อมกับทารกน้อยในท้องเป็นแน่

จากนั้นพระนางสุปปวาสาก็นึกถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งเพิ่งได้เข้าเฝ้ามาก่อนหน้านี้ว่า ถ้าได้รับพรจากพระพุทธองค์ก็คงดี พระนางจึงทูลขอให้พระสวามีไปกราบบังคมทูลขอพรจากพระพุทธองค์ ให้ทรงช่วยให้การคลอดเป็นไปด้วยดี Continue reading การกำเนิดพระสีวลี โดยการทรงประทานพรของพระพุทธเจ้า

พระสีวลี พระอรหันต์ผู้มีลาภสักการะเป็นที่สุด

เมื่อกล่าวถึงชื่อของพระสีวลี หลายต่อหลายคน ก็คงรู้จักคุ้นเคยกับชื่อของท่านเป็นอย่างดี ในขณะที่อีกหลายคนอาจส่ายหน้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของท่านเลยก็เป็นได้

แล้วพระสีวลีเป็นใคร…พระสีวลี เป็นพระอรหันต์ เป็นหนึ่งในพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล ท่านได้รับการยกย่องจากพระศาสดาว่าเป็นเอตทัคคะ คือ ผู้เป็นเลิศทางด้านมีลาภมาก ผู้เป็นที่รักของเหล่ามนุษย์และเทวดา ซึ่งพร้อมจะถวายลาภสักการะให้ท่านตลอด

ฟังดูก็น่าแปลกใจสงสัยว่า เหตุใดชีวิตของพระสีวลีท่านจึงได้รับลาภสักการะอย่างไม่ขาดสาย ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ท่านจะเป็นผู้มีลาภขึ้นมาโดยบังเอิญ ลาภสักการะที่ท่านได้รับก็เป็นแค่ผลลัพธ์เพราะเหตุแห่งการได้รับนั้นมีอยู่

แน่นอนว่าการได้รับเช่นนี้ย่อมเป็นผลมาจากเหตุที่ท่านเคยให้อย่างมหาศาล พระสีวลีเคยสละทานอันล้นพ้น แต่ในขณะเดียวกันท่านก็เคยเบียดเบียนผู้อื่น และด้วยเหตุนั้นชีวิตของท่านในชาติสุดท้ายจึงมีทั้งการได้อย่างมหาศาลและการเสียอย่างมากมาย Continue reading พระสีวลี พระอรหันต์ผู้มีลาภสักการะเป็นที่สุด

ตำนานพระสีวลี ตำนานกำเนิดพระสีวลี

Featured

พระสีวลี การบูชาพระสีวลี

ในสมัยพุทธกาลนครแห่งหนึ่งชื่อว่าโกลิยะ มีพระเจ้าโกลิยะเป็นผู้ปกครอง พระองค์มีราชธิดาพระองค์หนึ่งนามว่าพระนางสุปปวาสา ซึ่งเป็นคนที่ชอบทำบุญทำทาน พระนางได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายในราชวงศ์ศากยะพระองค์หนึ่ง ทั้งสองครองคู่กันจนกระทั่งพระนางตั้งครรภ์

เมื่อนั้นได้เกิดความอัศจรรย์ขึ้น นับตั้งแต่ที่ทารกน้อยมาปฏิสนธิในครรภ์ ก็มีชาวบ้านนำของบรรณาการมาถวายแด่พระนางอย่างไม่ขาดสาย เป็นจำนวนมากถึงวันละ 100 เล่มเกวียน ทั้งในเวลาเช้าและเวลาเย็น

แต่นั้นยังไม่ใช่ความน่าประหลาดใจทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะขณะที่พระนางทรงตั้งครรภ์ เมื่อใดก็ตามที่พระนางจับกระเช้าที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ต่างๆ เมื่อนำเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นไปหว่านลงในที่นาก็จะได้ผลผลิตออกมาประมาณ 50 เล่มเกวียน ซึ่งถือว่าได้มากเกินกว่าผลผลิตในที่นาตามปกติ ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นสิ่งของใดๆก็ตามหาพระนางได้นำมือไปสัมผัสแล้ว ของที่พร่องน้อยลงไปนั้น ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ Continue reading ตำนานพระสีวลี ตำนานกำเนิดพระสีวลี