|
ใน 300-400 ปีที่ผ่านมา ทางอินเดียคิดพระพิฆเนศปางใหม่ๆ
ขึ้นมา เช่น "ทารกะคณบดี"
( ทารกนอนแป, ออกคลาน) , "สายาสนคณบดี"
(นอนเล่น), "สังคีตคณบดี"
(เล่นดนตรี) และ "ยาตราคณบดี"
(เดินทางแสวงบุญ)
ปางเหล่านี้ไม่ค่อยมีตำนานรองรับ แต่ก็สวยงาม จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายมากในอินเดีย
แต่ไม่เคยปรากฏในศิลปะอุษาคเนย์แต่โบราณ
นอกจากนี้ ชาวอินเดียสมัยใหม่ยังหลงใหลกับศิลปะ "เหมือนจริง"
(Realistic) ของตะวันตก จึงเริ่มผลิตเทวรูปพระพิฆเนศที่
"เหมือนจริง" จนคนที่มีรสนิยมสูงมักติว่า
"ฉูดฉาดหรูหราบาดตา"
แต่ประชาชนโดยทั่วไปนิยมชมชอบและศรัทธาเทวรูปแบบใหม่นี้
เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งหรูหราที่เขาปรารถนาในชีวิตแร้นแค้นยากไร้
ซึ่งก็น่าจะเป็นธุระของพระพิฆเนศที่จะบำบัดแก้ไขให้ดีขึ้น
จนทุกวันนี้พระพิฆเนศยังเป็นที่พึ่งของชนทุกชั้น บริษัทมหาเศรษฐีถ่ายภาพยนตร์ในกรุงมุมไบกราบไหว้บูชาเทวรูปหรูดังกล่าวมาแล้ว
โรงแรมใหญ่ยังจ้างช่างสลักทำเทวรูปไว้ต้อนรับแขกในห้องโถง
ชาวบ้านเมื่อแล้งก็ช่วยกันจัดแห่พระพิฆเนศขอฝน... วิทยาลัยนาฏศิลป์ตั้งเทวรูปที่โคนต้นไทรข้างทางเข้า...
ครูและศิษย์จะได้ไหว้เมื่อเดินทางเข้า-ออก และหนุ่มสาวที่มีอะไรในใจต่อกันก็มักมาขอพรท่าน
ก่อนจะกล้าเผยให้ผู้ใหญ่รู้
ประเทศสยามได้สืบทอดศาสนาพราหมณ์ (ฮินดู) ตลอดจนมาถึงปัจจุบัน
ทั้งในพิธีกรรมและความเชื่อบางอย่างของชาวบ้านและในสถาบันพราหมณ์พระราชพิธี
ที่ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ (เสาชิงช้า)
ซึ่งรัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นมาสำหรับพระนคร ก็ยังรักษาเทวรูปเก่าแก่สำคัญๆ
และประกอบพิธีกรรมตามประเพณีโบราณ พร้อมทั้งขับเพลงสวดสรรเสริญพระเป็นเจ้าต่างๆ
ทั้งภาษาทมิฬและภาษาสันสกฤต
ใน สถานพระพิฆเนศ (โบสถ์กลาง) ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเนศที่สง่างามหลายยุคหลายสมัย
ในรัชกาลที่ 1 ถึง 4 โบสถ์พราหมณ์สำหรับพระนครนี้ได้ผลิต
"ตำราภาพเทวรูปฯ" จำนวนหนึ่ง ประกอบด้วย ภาพพระพิฆเนศหลายปาง
ซึ่งน่าจะคัดลอกจากตำราเก่าสมัยอยุธยาเป็นส่วนใหญ่
ตำราภาพสมัยรัตนโกสินทร์เหล่านี้ปัจจุบันรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ
"วัดแขก" ถนนสีลม สร้างขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่
5 โดยพ่อค้าชาวอินเดียใต้ มีชื่อเป็นภาษาทมิฬว่า "ติรุมาริยัมมันโกยิล"
และภาษาไทยว่า "วัดพระศรีมหาอุมาเทวี"
ปราสาทประธานเป็นที่สถิตของพระนางอุมา ปราสาทซ้าย-ขวาประดิษฐานพระบุตรของพระนาง
คือขันธกุมารและพระพิฆเนศ
"วัดแขก" ถนนสีลมเป็นตัวอย่างเทวสถานฮินดูแบบอินเดียใต้
ที่น่าสนใจคือ ผู้อุปถัมภ์วัดนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยชนชั้นกลางในเมือง
ไม่ใช่ชาวทมิฬเสียแล้ว...ชาวทมิฬที่เข้ามาสมัยรัชกาลที่
5 ส่วนใหญ่กลายเป็นคนไทย-พุทธจนจับไม่ถูก เว้นแต่ผิวคล้ำเนียนงาม
นามสกุล และการไม่ยอมกินเนื้อโค
ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมนี้เกิดภายในระยะเวลาไม่ถึง
100 ปี!!
ในรัชกาลที่ 6 มีการประดิษฐ์หัวโขนใหม่ ขึ้นหัวพระพิฆเนศที่งามสง่าเหมือนของเดิม
ทั้งๆ ที่ไม่มี "ของเดิม" เหลือให้เห็น
ด้านสถาบันทางศิลปวัฒนธรรมของไทยมีหลายแห่งเลือกพระพิฆเนศเป็นสัญลักษณ์
เช่น ตรากรมศิลปากร และเทวรูปหน้าโรงละครแห่งชาติ
ฝ่ายเอกชนนั้น ในยุคสมัยใหม่ที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วน่าสะพรึงกลัว
มีหลายคนอยากย้อนกลับไปยึดเหนี่ยวกับวัฒนธรรมอดีต
บางท่านคิดอาศัยพระพิฆเนศเป็นสื่อ เช่น นายทุนบางคนสร้างเทวรูปพระพิฆเนศให้เฝ้าประตูทางเข้าบริษัท
โรงงาน หรือ หมู่บ้าน
เทวรูปเหล่านี้มีลักษณะย้อนหลังสู่อดีต, ไม่มีการประดิษฐ์คิดใหม่
ดังนี้เป็นที่น่าเชื่อว่าพระพิฆเนศยังมีพลังในการเชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบัน...
ขอขอบคุณ : หนังสือพิมพ์ข่าวสด
|